หมวดหมู่
ข่าวสารและการเมือง

Morning Health

วันนี้มีโอกาสได้เปิดโทรทัศน์ที่เมืองไทย ชื่อรายการ Morning Health ทางช่องสาม เวลาประมาณหกโมงเช้า ซึ่งพิธีกรได้เล่าถึงคุณประโยชน์ของกาแฟอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ถึงแม้ว่าผมก็ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่แนะนำส่งเสริมให้ดื่มกาแฟ พิธีกรบอกสรรพคุณของคาร์เฟอีนในกาแฟว่า
  • เพิ่มความจำ (ไม่อ่าน ไม่สนใจมันก็จำไม่ได้อยู่ดี บางที่อาจทำให้ความจำแย่ลงนะเพราะมันมีรายงานว่าถ้ากินนานๆ ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทสร้างเซลล์ประสาทลดลง)
  • เพิ่ม IQ (ผมไม่เชื่อนะ เพราะ IQ มันเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง)
  • ลดความเมื่อยหล้าจากการเล่นกีฬา (อาจจะทำให้ร่างกายทนทานได้)
  • แก้ปวดหัวไมเกรน (บางคนพบว่ากาแฟเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดหัวขั้นรุนแรงนะ)
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือด (ไปทำอย่างอื่นแทนให้เลือดมันไหลเวียนก็น่าจะได้ เช่น วิ่ง)

ถึงแม้ว่าข้อมูลบางส่วนอาจจะมีรายงานวิจัยสนับสนุน แต่การนำเสนอเช่นนี้อาจทำให้ประชาชนบางส่วนที่เสพข่าวแบบไม่ยั้งคิดเข้าใจว่ากาแฟดีแบบนั้นจริงๆ พิธีกรอาจไม่ได้มีส่วนต่อการแต่งคำพูดในสคริปต์รายการ แต่ผู้จัดรายการน่าจะรอบคอบ ยังดีที่บอกว่าคนที่เสี่ยง เช่นโรคหัวใจ โรคกระเพราะ ผู้สูงอายุ ไม่ควรดื่มกาแฟ มาประหลาดใจตอนท้ายที่พิธีกรนางงามสาวสวยให้ดื่มชาแทนกาแฟ อืม…..

ชื่อรายการบอกว่า “เช้าสุขภาพดี” แต่ช่วงที่สองพิธีกรก็พาไปทานเค้ก แล้วก็ร่ายข้อดีของการทานเค้กให้ฟัง บอกว่าการทานเค้กทำให้ผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มน้ำตาลในเลือด ทำให้มีความสุข อร่อย เป็นการทำการตลาดที่แนบเนียนมาก (ถ้าไม่คิด)  พูดไปได้ว่ามีประโยชน์สามข้อ แล้วข้อเสียจากไขมัน แป้ง เกินอัตราความต้องการของร่างกาย อีกหลายประการลืมไปหมด เฮ้อ….

ไม่น่าไปเปิดดูเลย ดูแล้วก็ไปจับผิดรายการเมืองไทย หลายครั้งที่ดูรายการต่างประเทศจะพบว่าการให้ข้อมูลต่อสาธารณะชนนั้นควรระมัดระวัง คนที่พูดควรมีความรู้ดี ชำนาญในเรื่องนั้นๆ ระดับหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งคือ การตลาด การโฆษณา ทำให้เกิดข้อมูลที่บิดเบือนไปอย่างมาก เห็นผิดเป็นชอบ เฮ้อ ไปกินเค้กเสริมสุขภาพต่อดีกว่าครับ…..

3 replies on “Morning Health”

กินกาแฟเพราะว่า มัน ช่วยให้ concentrate ได้ อะ ถ้าไม่กิน มันขาดไป คงเป็น caffeine dependence อะ
เคยสังเกตเหมือนกันนะ แบบว่าไม่ได้ จับผิดดอก แต่ว่า บางที เหมือนเป็น การโฆษณา อะ เราอยากเสนออะไรก็ พูดโน้มน้าว ยกเอาข้อดีมาพูดไรงี้ แต่บอกตรงๆนะ อยากกินเค้กอ่ะ ตอนนี้ แก้เครียด dissertation อ๊ากกกกก

ต้นค่อนข้างเห็นด้วยครับพี่ เหมือนว่ารายการเมืองไทย อาจจะไม่ค่อยทำรีเสิร์ชเท่าไร แล้วผู้ชมจำนวนมากก็ไม่ได้ทำรีเสิร์ชเช่นกัน อาจจะเป็นนิสัยของคนไทย (บางกลุ่ม หรือหลาย ๆ กลุ่ม) ด้วยมังฮะ คือ ไม่ชอบศึกษาข้อมูลให้ลึกอย่างแท้จริง หลายครั้งก็ไม่มีโอกาสหรือศักยภาพจะเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องด้วยฮะ แล้วที่สำคัญ อาจจะเป็นลักษณะของวัฒนธรรมบ้านเราด้วยป่าวฮะ ที่ทำให้คนไม่ค่อยไตร่ตรอง ใช้วิจารณญาณและเหตุผล ในการนำเสนอ หรือรับชมการนำเสนอ เท่าที่ควร ความเข้าใจ ปรากฏการณ์ ค่านิยม หรือกระแสผิด ๆ เลยเกิดขึ้น หรือปลุกให้เกิดขึ้นได้ ในสังคมไทย เราคงต้องช่วย ๆ กันคนละไม่คนละมือ เท่าที่จะทำได้มังฮะ…
 
ต้นครับ 

แอบเข้ามาอ่านBlogของเธอบ่อยนะ …ได้ความรู้เยอะมาก…แต่บางครั้งเธอคิดมากไปหรือเปล่า…

ส่งความเห็นที่ ornnoi..... ยกเลิกการตอบ