หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

วันแม่ของผม

ผมเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับแม่บ่อยมาก แต่ผมรักพ่อเหมือนกันนะครับ เพื่อนหมอคนจีนถามว่าทำไมคุณพูดถึงแต่แม่ไม่เห็นพูดถึงพ่อบ้างเลย  อาจเป็นเพราะตอนสมัยที่ผมเป็นเด็กมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ผมใกล้ชิดกับแม่เป็นพิเศษ คุณสมบัติพิเศษของแม่ผมที่ผมจำได้แม่น คือ
 
  • สมัยเป็นสาวแม่สวย ยายก็เป็นนักขับสารภัญญะ ร้องหมอลำ ชื่อแม่ไม่ค่อยเพราะนะ นางหนูลอง มีแต่คนชอบถามผมเพราะมันชื่อชาวบ้านมาก แต่ผมชอบนะ จะได้มีแม่ชื่อเท่ๆ แบบโลโซๆ
  • แม่เรียนจบ ป. 4 เองไม่ได้รู้วิชาการมากมาย ระหว่างที่เราเดินกลับจากขายผักที่ตลาดไปบ้าน ผมก็มักจะสอนหนังสือแม่แต่จำไม่ได้แล้วว่าสอนอะไรไป แต่แม่ใช้ทักษะการบวกลบเพื่อคิดเงินกับลูกค้าก็เพียงพอ แม่เลยอยากให้ลูกเรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนชีวิตแม่ แต่เวลาที่ผมอ่านหนังสือใต้ทุนบ้านตอนดึกๆ คนเดียวแม่ก็จะมาบอกให้เลิกอ่านได้แล้ว กลัวลูกจะเป็นบ้า ไล่ให้ไปเที่ยวบ้าง ไปดูงานวัดบ้าง
  • แม่เป็นคนที่ประหยัดมาก ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น เสื้อผ้าก็ใส่ตัวเก่าๆ จะซื้อเสื้อใหม่ก็ไปหาซื้อตามตลาดนัดแบบราคาถูก ไปซื้อของตามตลาดก็ต้องต่อราคาแทบทุกครั้ง ชุดนักเรียนสมัยก่อนก็ต้องประหยัด ผมอยากได้มาก ชุดนักเรียนตราสมอ มันเท่มาก ปีไหนได้ใส่ตราสมอแล้วมันดูภูมฐานมาก แต่โดยทั่วไปก็ประหยัดโดยไปขอชุดนักเรียนเก่าของลูกชายคนที่รู้จัก ผมจำได้แม่นเลย ชุดนักเรียนเป็นของพี่เอกลูกชายร้านอาหารทัศน์ธรพร มันดูดีมากสำหรับผมตอนนั้น   ตอนที่เรียนอยู่จุฬาฯ จะซื้อของไปฝากแม่ก็บอกว่าไม่ต้องซื้อ เก็บเงินไว้ดีกว่า ผมอยากให้แม่ได้แต่งตัวสวยๆ ใส่เสื้องามๆ แต่ก็นั่นแหล่ะ แม่บอกไม่ต้องซื้อมานะ 
  • แม่ทรหดอดทนมาก ไม่ว่าจะปลูกผักกลางแดด ดำนา เกี่ยวข้าว ทำทุกอย่างแบบผู้ชายได้หมด
  • แม่หาเงินเก่ง ค้าขาย แต่ก่อนขายผักที่ตลาดสด แม่จัดร้านได้สวยมาก ขายดีมาก ผมได้นับเงินทุกวัน ชอบๆ สมัยก่อนแม่ค้าก็จะเก็บเงินใส่ตะกร้าพลาสติกไว้ ตกตอนเย็นก็นั่งนับเงินแบงค์เงินเหรียญ ข้าวของที่บ้าน เงินฝากธนาคาร ก็ได้มาจากการขายผักทั้งนั้น เงินร้อยตอนนั้นถือว่าเยอะมาก ขายผักกำละบาท ขายสิบกำจึงจะได้กำไรห้าบาท แต่แม่ก็ขายมาจนส่งลูกเรียนได้ ตอนนี้ก็ยังขยันปลูกผักขายอยู่ ได้เงินวันละไม่ถึงร้อยก็ยังอยากทำเพราะเขาคงชินกับงานพวกนี้ ผมไม่ห้ามหรอก แต่ทำตามกำลัง เพราะการปลูกผักก็เป็นการออกกำลังกาย ได้บริหารสมอง ป้องกันโรคภัยได้อีกทาง
  • แม่จะไม่ค่อยบอกให้ผมรู้ถึงปัญหา ไม่สบายก็จะไม่บอก ไม่ว่าใครเป็นอะไรก็ตาม แม่จะไม่ค่อยบอกผม กลัวว่าผมจะเรียนได้ไม่ดี กลัวกังวลเป็นห่วง แต่บางครั้งก็ทำให้ผมเสียใจนะ ทั้งปู่ย่าตายาย ผมแทบไม่ได้ตอบแทนบุญคุณอะไรเลย ปู่ย่าป่วยผมก็ไม่ค่อยรู้ข่าว รู้อีกที่ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งๆ ที่ผมก็พอจะรู้จักคนเยอะพอสมควร แต่ก็นั่นแหละ เพราะว่าแม่หวังดี
  • แม่อยู่แบบง่ายๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่บ้านแบบสบายๆ เฟอร์นิเจอร์ไม่ต้องมีมาก กินข้าวก็กินพอให้อยู่รอด ทำกับข้าวที่ก็ทำให้ได้กินหลายๆ มื้อ แต่ก่อนทำกับข้าวตอนเย็น กินข้าวเย็นเสร็จ กับข้าวที่เหลือก็จะใส่ปิ่นโตให้เป็นอาหารของแม่ในวันรุ่งขึ้น เพราะต้องตื่นไปขายผักที่ตลาดสดตั้งแต่ตีสี่ตีห้า เวลาที่จะทำกับข้าวก็คงไม่มีอยู่แล้ว บางครั้งผมต้องทำกับข้าวไปส่ง วันไหนผมขี้เกียจทำให้ไปส่งข้าวแม่สายก็จะโดนดุ เพราะว่าแม่หิวมากๆ สมัยที่ผมอยู่จุฬาฯ เลยแทบไม่ค่อยไปกินอาหารที่แพงๆ ตามห้างหรอก เพราะถ้าคิดถึงแม่แล้วมันจะร้องไห้ เงินไปซื้อหมูสิบบาทสมัยก่อนมันเลี้ยงได้ทั้งครอบครัวนะ แต่อาหารญี่ปุ่นแค่ข้าวปั้นก้อนนึงมันก็หลายตังค์มาก บางครั้งผมก็ติดนิสัยหน้าใหญ่ไฮโซกินของแพง พอทำงานได้เงินก็เลยอยากพาพ่อกับแม่ไปกินอาหารตามห้างบ้าง เพราะชีวิตผมมันก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นพอสมควรแล้ว
  • แม่ไม่ค่อยได้เที่ยว ทำแต่งาน เวียนหัวตลอดเวลานั่งรถ อยากพาไปเที่ยวที่สวยๆ งามๆ ก็ไม่ค่อยได้ไป กลัวแพง กลัวเสียเวลาหาเงิน สักวันจะต้องพามาเที่ยวประเทศอังกฤษให้ได้
  • แม่เชื่อฟังผมนะ เวลาบอกอะไรแม่ หลังๆ แม่ก็ทำตาม ผมห่วงสุขภาพแม่ อยากให้กินวิตามิน อยากให้ออกกำลังกาย แนะนำให้ทำอะไรก็ทำตามแล้วตอนนี้
  • แม่ผมจะเห่อลูกชายคนนี้ ผมก็ชอบควงแม่นะ ควงแม่ไปเดินจ่ายตลาดแถวบ้านให้คนอิจฉา 555 ตอนมา กทม ก็พาไปเดินห้าง พาไปขึ้นรถไฟฟ้า มุดลงใต้ดิน เพราะบ้านนอกมันไม่มีรถแบบนี้ไง
  • และยังมีคุณสมบัติอีกหลายที่ไม่มีใครเหมือนแม่ของผม

ทางไกลกราบแม่

กราบเท้าแม่มา ผ่านเสียงโทรจากทางไกล

ด้วยรักจากใจลูกชายที่ลาห่างหายจากชายคาเรือน

ป่านนี้ลมหนาวคงพัดลอดเข้าฝาเฮือน

อากาศเริ่มเย็นมาเยือน ใจห่วงแม่เตือนให้โทรถึงท่าน

ลูกเด้ออีแม่บ้านเฮาเริ่มหนาวแล้วไป่

อย่าลืมห่มผ้าหลายๆ เป็นหวัดเป็นไอมันไกลโรงบาล

ลูกสบายดี ยังไปเฮ็ดงานทุกวัน เจ้านายชมว่าขยัน

เดี๋ยวคงเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้า

 

ลูกมีมื่อนี้หย่อนแม่ลูบหัวสั่งสอน

คำเว้าที่เคยให้พรก่อนหลับตานอนกราบหมอนทวนค่า

ลูกอยู่เมืองไกลได้แต่ฝากใจที่ห่วงใยมา

เพื่อแม่ที่คอยอยู่นาลูกจะตั้งตาทำงานสู้ทน    

 

กราบเท้าแม่มา ด้วยใจลูกนี้อีกครั้ง

เห็นเคยจ่มว่าปวดหลัง อย่าไง่อย่าถาง ให้ลูกกังวล

ขาดเหลืออันใดให้น้องชายโทรหาสักหน

เฒ่าแล้วเซาขุดเซาก่น

ลูกอยู่ทั้งคนขอเลี้ยงแม่เอง

"ที่ฉันมีเลือดนักสู้ เพราะฉันเคยอยู่ในท้องชาวนา & กล้าบอกใครๆ ไม่เก้อเขิน มาจากทางเดินเด็กท้องทุ่งนา"

ผมรักแม่ครับ

15 replies on “วันแม่ของผม”

 อ่านแล้วภูมิใจแทนแม่คุณหมอจริง ๆ   ถ้าเรามีลูกชายที่ดี   และเก่งอย่างนี้   คงจะดี

🙂 น่ารักจ๊ะ ทั้งคุณแม่ และพงษ์ ^^ ความสัมพันธ์ของแม่และลุกน่ารักเสมอเน๊อะ
คุณแม่คนดีที่หนึ่งเลยเน๊อะ และทุกๆวันคือวันของแม่ค่ะ

"คิดดี ทำดี เป็นคนดี แค่นี้ แม่ก็ภูมิใจ" แม่ทุกคนคงคิดเช่นนี้
ขอให้เป็นลูกที่ดีของคุณแม่ตลอดไปนะจ๊ะ
(แค่รู้ว่าเพื่อนเป็นคนดี เรายังภูมิใจเลย คนเป็นแม่คงมีความสุขมากมาย)
good mom, so good son!

วันแม่ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบรรดาลให้แม่ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ ไปนานๆ
 
พ่อแม่เหมือนพระในบ้านควรเคารพบูชา
 
พี่ก็เป็นคนต่างจังหวัด เป็นลูกชาวนา แม่ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่พี่ก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ พี่ก้าวมาอยู่ ณ จุดนี้ได้ก็เพราะท่านทั้งสองคอยสนับสนุน แต่น่าเสียดายที่แม่ไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของพี่ในวันนี้ 

พี่เห็นพงษ์เอาความรู้ในสาขาที่เรียนมาใส่ไว้ในสะเปซ ก็เลยลองเขียนเรื่องใกล้ของพี่บ้ืาง อิอิ
 
ว่างๆ คงได้มีโอกาสได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กัน 
 
ปล.  ขออนุุญาตเอากลอนในสะเปซของพงษ์ไปเขียนในบล๊อกนะ ขอบใจ

สวัสดีค่ะ..ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ…
แวะมาส่งโค้ก..เอ้ยยมะช่ายยยย…
มาส่งยิ้มค่ะ..สยามเมืองยิ้มเนอะ..
อยู่ไกลบ้านแบบนี้คงคิดถึงเมืองไทยแย่เลยนะคะ…
ยังงัยก็เอาใจช่วยค่ะ..เก็บเกี่ยวความรู้เอามาพัฒนาให้บ้านเราดีก่า
 
ป.ล. ขอให้คุณแม่มีความสุขมาก ๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะคะ
 

เท่เกินค่ะน้อง… ถ้าลูกชายได้แบบนี้พี่จะปลื้มมาก….คุณแม่คงภูมิใจสุดๆเลยนะเนี่ย   เดี๋ยวลองร้องสดๆดีม่ะไม่เอาเสียงนักร้องร่วมด้วย เอาเสียงสดๆดีกว่า (เพราะนะ เป็นเอเอฟได้555….ดีค่ะเรียนหนัก แต่ไม่เครียดดี เดวจะบอกลูกชายให้มาดูเป็นแบบอย่าง รายนั้นเรียนหนักและจริงจังเกินไป….) เดวพรุ่งนี้มาเยี่ยมใหม่ค่ะ  สวัสดีนะคะ

หวัดดี พงษ์  แวะมาทักทาย เป็นไงบ้าง?  เรียนหนักไหม?  ตอนนี้พี่กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนบทความเปรียบเทียบระหว่างการศึกษาพิเศษ (Special Education) กับการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ (Special Support Education) ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่นทำขึ้นเพื่อจัดการศึกษาให้กับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษให้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนปกติโดยได้รับการสนับเป็นพิเศษทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคคลากร พี่คิดว่าการที่เด็กต้องการความช่วยพิเศษได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรวมนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะได้ทั้งทักษะทางสังคมและวิชาการ ได้เรียนรู้จากสิ้งแวดล้อมรอบตัว (Environmental Assimilation) จะทำให้เด็กมีพัฒนาการไปในทางที่ดีมากกว่าการเอาไปเรียนรวมกันอยู่ในโรงเรียนพิเศษโดยเฉพาะเช่น โรงเรียนสอนคนตาบอดหรือหูหนวก เป็นต้น  ไม่รู้ว่าพี่จะร้อนวิชาเกินไปหรือเปล่า?  เรียนจบปุ๊บก็เขียนบทความทางวิชการเลย อิอิ แต่หัวหน้าพี่ก็สนับสนุนให้เขียนเพราะสามารถนำไปประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ด้วย  ลองดูกันซักตั้ง ทำแล้วเสียใจ ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ  がんばりましょう。(กำ-บะ-ริ-มะ-โช) มาสู้ด้วยกัน ชีวิตไทยในต่างแดน สู้ๆ
  

อ่านแรกแรก  ก็ซึ้งนะคะเพราะมันคล้ายชีวิตตนเอง 
 
พออ่านจนจบ  เห็นรูปพี่พงษ์กับพ่อแม่แล้วร้องไห้เลย 
 
คิดถึงแม่เลย  มันคล้ายตนเองมาก
 
ที่อยากเรียนให้สูงที่สุด
 
และตอนนี้ก็ทำงานด้วยเรียนด้วย
 
พอมีเงินซื้อเสื้อให้พ่อแม่ใส่ก็บอกว่า
 
มันเปลือง เก็บไว้เรียนเถอะ
 
ลืมเลยคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
 
ซึ้งๆๆๆๆๆๆๆ

ส่งความเห็นที่ krisanu ยกเลิกการตอบ