หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

มันกลับมาอีกแล้ว

หลังจากที่ดีใจมากกับผลตอบรับจาก UCL คราวนี้ก็มาถึงเวลาสมัครอย่างเป็นทางการซึ่งตามหลักของมหาวิทยาลัยอังกฤษเขาก็ต้องการ 2 references หนึ่งในนั้นต้องมาจากที่เรียนปัจจุบัน ซึ่งเราก็ใส่ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ลงไป เมื่อวานเอาใบ reference form ไปให้กรอกเขาก็บอกว่าจะทำให้นะ พอตกตอนเย็นมาเปิดอีเมล์ อ้าว เขาเขียนมาแจ้งว่า "ฉันไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะว่าฉันยังรู้จักเธอไม่มากพอ และถ้าฉันตอบไปแบบไม่ถูกต้องก็จะเป็นการกระทำที่ unprofessional " ดังนั้นเธอวีระพงษ์ควรไปหาอีกคน ซึ่งเขาหมายถึง Dr Dexter ที่เราเคยให้เขาเขียนตอนสมัครเคมบริดจ์
 
พอเกิดแบบนี้ปุ๊ปก็นึกถึงเคมบริดจ์ในบัดดล กำลังคิดว่าไอ้ที่กรูไม่ได้เข้าสัมภาษณ์เนี้ยเพราะว่าอาจารย์ที่นี่เขียนตอบไปแบบนี้หรือเปล่า I cannot assess, I cannot answer, I have known him not enough สารพัด เพราะเราเจอกับเขาครั้งเดียว แล้ว course organizer ก็ไม่อยากเขียนปัดไปให้ personal tutor แล้วคนนี้แหละที่เราสงสัยเพราะอีเมล์ไปหาก็ไม่เคยตอบกลับมาเลย แต่มันก็ผ่านไปแล้วอะเรียกร้องอะไรไม่ได้ โชคชะตาคงไม่อยากให้ไปเรียนที่นั่นมั้ง
 
ต้องรอคำตอบอีกทีว่าอาจารย์จะเป็น reference ให้ได้หรือไม่ เพราะวันนี้ไปหา course organizer เล่าความทุกข์ยากให้ฟัง เขาแอบน้ำตาซึมด้วยละ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไอจะไปพูดกับอาจารย์ที่ปรึกษายูให้นะ ตอนนี้ก็เลยได้เรียนรู้หลายอย่างมากมาย
  • ขอ reference จากฝรั่งนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนกับอาจารย์คนไทยนะ
  • เขาทำตามหน้าที่จริงๆ ไม่มีอะลุ้มอะหล่วยนะ ไม่รู้ก็ไม่รู้ ตอบไม่ได้ฉันก็ไม่ตอบ มันเรื่อของคุณที่จะได้เรียนหรือไม่
  • ถึงแม้เราจะทำดีที่สุด แต่ปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ก็มีผลต่ออนาคตเราอยู่มากโข
  • ชีวิตเรามักจะมีอุปสรรคเสมอนะ ได้อะไรมาก็แสนยากเย็น ช่างเหนื่อยล้าเต็มที

ฟัลเพลงอะไรนิดหน่อยก็น้ำตาซึมช่วงนี้ อยากเรียนให้จบเร็วๆ

หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ทำเพื่อตัวเองและคนอื่นๆ

01.00AM
เนื่องจากต้องทำวิจัยเกี่ยวกันโปรตีนที่ชื่อว่าแอนเน็กซิน (annexins) ดังนั้นเราก็ต้องอ่านเปเปอร์ หาข้อมูลจากหลายๆ แห่ง และต้องเขียนวิทยานิพนธ์ในท้ายที่สุด การที่สร้างเว็บเก็บข้อมูลลิงค์และเพิ่มการเขียนเนื้อหาเป็นภาษาไทยบ้าง ถึงแม้เป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง แต่ก็ถือว่าสนุกดี เพราะนอกจากที่เราจะได้ใช้ประโยชน์แล้ว คนอื่นที่สนใจก็อาจจะได้แวะมาอ่านบ้าง เพิ่งเริ่มทำเมื่อวานนี้เองตอนห้าทุ่ม เดี๋ยวค่อยมาทำต่อละกัน เอาแบบค่อยเป็นค่อยไปนะไม่ต้องเร่ง ไปเยี่ยมชมได้ที่นี่ครับ
หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

เฮ็ดในสิ่งที่ฮัก

เห็นมีแต่คนพูดถึงหนังเรื่อง season change มานานแสนนาน เคยดูคลิบผ่าน Utube และอ่านบทวิจารณ์ของเพื่อนชื่อดิวที่เป็นอาจารย์อยู่ที่ มน. อาจดูแล้วก็รู้ว่าอืม มันเป็นหนังน่ารักนะ  วันนี้เลยดูหนังเรื่องนี้กับพี่สิงห์ ดูแบบไม่กระพริบตาเลยนะ ไม่รู้เพราะอะไร สิ่งที่ประทับใจคือ คำพูดในหนังที่บอกให้ลูกทำในสิ่งที่รัก เพราะพ่อแม่คงไม่ได้อยู่กับป้อมไปตลอดชีวิต สิ่งที่เขารักที่จะทำและเรียนรู้ต่างหากที่จะอยู่กับเขาตลอดไป และก็อีกเรื่องหนึ่งคือ the persuit of happyness (happiness จึงจะถูก) คือทำอะไรก็ทำไปเหอะถ้ามีความสุข จะตามหาความสุขไปถึงไหนกัน
ตอนนี้ชีวิตเราก็มาเรียนด้วยความมุ่งมั่นและใจรักว่านอกจากฉันจะเป็นเภสัชกรแล้วสักวันฉันจะต้องเป็น neuroscientist และ stem cell scientist เรามีความเชื่อว่าชีวิตนี้เกิดมาอยู่ได้เพียงไม่ถึงร้อยปี สิ่งที่ศาสนาพุทธสอนไว้คือให้บำเพ็ญบารมีไว้ให้มาก ในเมื่อเราอยากเป็นอาจารย์ อยากทำวิจัย อยากบริการสังคม อยากโน้นอยากนี้จิปาถะ เราก็ต้องฝ่าฟันให้ถึงจุดนั้นให้ได้ ตอนแรกคิดว่าอยากได้ปริญญาเอกมาอวดชาวบ้านและมีเงินใช้ให้ครอบครัวสบาย ตอนนี้เปลี่ยนมุมมองไปมาก ดังนั้นต่อไปต้องอุทิศให้การเรียนรู้ในงานวิจัยที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ เงินทองมีมากก็เอาไปด้วยไม่ได้แต่ความรู้ส่วนเล็กๆ ๆ ๆ ที่เราอาจได้เป็นผู้สร้างให้กับมนุษยชาตินั้นมันสามารถอยู่ตลอดไปแม้ว่าร่างเราจะสูญสลายแล้วก็ตาม
เมื่อสองวันก่อนอ่านข่าวในหนังสือพิมพิ์ผู้จัดการเกี่ยวกับรัฐบาลเวียดนามประกาศให้ทุนคนไปเรียนปริญญาเอก 20,000 ทุน แต่คนมีคุณสมบัติไม่พอ เนื้อหาข่าวก็ธรรมดานะ เราเข้าใจว่าหาที่คนเก่งๆไม่ได้ สมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศไม่ได้ หรือคนไม่อยากเรียน เป็นต้น แต่ข้อแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่มาโพสนั้นเยอะมาก เนื้อหาประมาณว่าคนเวียดนามไม่อยากเข้าสู่ระบบราชการจึงไม่เอาทุนรัฐบาลแล้วเรื่องมันก็โยงมาถึงทุนรัฐบาลไทยว่าเด็กนักเรียนทุนหลายคนจบแล้วไม่กลับมาทำงานให้ประเทศชาติ หน้าเงิน เห็นแก่ได้ ทำงานที่ต่างประเทศต่อ บ้างก็ว่ามาเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน มาเรียนบ้าง เที่ยวบ้าง ไม่ได้คิดถึงเงินภาษีที่พวกเขาเสียเป็นค่าเล่าเรียน อ่านแล้วก็ช่วยเตือนตัวเองดีเหมือนกันว่ายังมีประชาชนคอยดูเราอยู่นะ ถึงแม้เขาไม่รู้จักเราหรอกแต่เราก็ต้องตอบแทนเงินเขาด้วยการร่ำเรียนวิชาการอย่างสุดความสามารถและนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศต่อไป 
วันนี้ตอนบ่ายๆ ดูวิดีโอเรื่องเซลล์ต้นกำเนิดใน google ดูหลายม้วนนะแต่ที่ประทับใจคือ Professor Fred Gage ที่เป็นคนค้นพบการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในผู้ใหญ่ที่เรียกว่า adult neurogenesis ตอนเรียนชีววิทยา ม.ปลายก็อ่านเจอมาตลอดว่าสมองเราจะหยุดพัฒนาเมื่ออายุหลังจากวัยเด็กไปแล้ว ไม่มีการสร้างเซลล์ประสาทเกิดขึ้นใหม่มีแต่จะตายมากขึ้นเท่านั้น เขาค้นพบประมาณห้าปีที่แล้วมั้ง วันนี้ก็เลยไปหาต่อว่าแล้วมันมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดของสมอง (neural stem cell) สร้างเซลล์ประสาทมากขึ้น มีเปเปอร์เพิ่งออกมาเมื่อสองวันที่แล้วตีพิมพิ์ใน PNAS เรื่อง An in vivo correlate of exercise-induced neurogenesis in the adult dentate gyrus  และอีกหลายๆเรื่อง สรุปว่าการออกกำลังกานทำให้เซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในสมองแบ่งตัวสร้างเซลล์ประสาทมากขึ้น และมีอีกรายงาน Maternal swimming during pregnancy enhances short-term memory and neurogenesis in the hippocampus of rat pups รายงานว่า ถ้าแม่หนูที่ตั้งครรภ์ได้ว่ายน้ำวันละสิบนาทีจนกระทั่งตกลูก พบว่าลูกที่เกิดมาจะมีการสร้างเซลล์ประสาทที่ฮิบโปแคมปัสมากขึ้น มีความจำระยะสั้นดีขึ้น และมีปริมาณ growth factor คือ BDNF มากขึ้นเมื่อเที่ยบกับหนูที่แม่ไม่ได้ว่ายน้ำ อันนี้ก็ไม่รู้นะว่าเอาแม่คนจะต้องว่ายวันละเท่าไหร่ เริ่มตอนไหน นานเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด เดี๋ยวกะว่าจะเขียน review เรื่องผลของการการออกกำลังกายกับการสร้างเซลล์เซลล์ประสาทจากเซลล์ต้นกำเนิดในสมองส่วนฮิบโปแคมปัส เพราะว่าน่าสนใจมากๆ
หมวดหมู่
ความบันเทิง

วิดีโอส่วนตัว

ไม่มีอะไรดอกเพียงแต่ว่าอยากลองหัดทำเล่นๆ เอาไปใส่ใน Utube เพราะเมื่อวานทำไม่ได้เนื่องจากไม่ได้แปลงไฟล์ให้ถูกต้อง อันนี้ก็เลยต้องแปลงไฟล์ให้เป็น .wmv เพิ่มความคมชัด high resolution แฮะๆ อันนี้เป็นโปรเจ็กต์แรกนะ เดี๋ยวหารูปอื่นๆ มาทำต่ออีก

เอาไปใส่ใน Hi.5 เพิ่มเพราะว่ามันคุณภาพดีกว่า

http://www.hi5.com/friend/video/displayViewVideo.do?videoId=3548909&ownerId=45834544

หมวดหมู่
ความบันเทิง

หัดทำเล่นๆ

หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

ปรับวิถีชีวิตใหม่

หลังจากที่สอบปลายภาคเสร็จก็คิดว่าชีวิตคงจะสบายแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มภาคทำวิจัยซึ่งเหมือนไม่ค่อยมั่นใจเลยตอนนี้ เทคนิคที่ต้องทำตอนนี้ทำไม่เป็น ลืมหมด ไม่ได้ฝึกมาจากเมืองไทย อีกทั้งต้องเขียนโปรโตคอลใหม่ นึกถึงคำพูดอาจารย์ด่องว่า "เธอเนี้ยทำแล๊ปไม่ได้เรื่องเลย errors เยอะขนาดเนี้ยจะไปทำงาน molecular ได้เหรอ" ฮ่าๆๆ อาจจะเป็นอย่างที่อาจารย์พูดก็ได้ เรื่องสอนหนังสือเนี้ยไม่กังวลอะแต่เรื่องวิจัยเนี้ยเราคงต้องฝึกอีกเยอะ แล้วยิ่งมาทำกับกลุ่มวิจัยที่เป็นผู้นำของโลกด้านนี้ กล่าวคือ กลุ่มนี้เขาศึกษากลุ่มโปรตีน annexins ซึ่งมีบทบาทในหลายด้านมากโดยเฉพาะต่อต้านการอักเสบซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะต้องมียาที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกนี้แน่นอน งานที่เราต้องทำคือต้องการพิสูจน์ว่า annexin A1 เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เซลล์ประสาทโดปามีนตายแบบ apoptosis และเหนี่ยวนำให้ microglial cell ที่อยู่ในสมองมาจับกินแบบ phagocytosis ถ้ามันจริงตามนี้ก็จะเป็นครั้งแรกของโลกที่แสดงหลักฐานว่า annexin A1 เกี่ยวข้องกับโรค Parkinson’s disease เนื่องจากเซลล์ประสาทโดปามีนตายจำนวนมากที่สมองส่วน substantia nigra par compacta
 
ตอนนี้ก็เลยเครียดโดยไม่รู้ตัว ซึมเศร้าตามปกติ และเป็นผลจากการกินกาแฟวันละหลายแก้วจนทำให้ง่วงทั้งวัน ไม่สดชื่นเลย ยิ่งระยะหลังไม่ได้เล่นกีฬาเลยเพราะอ่านหนังสือสอบ ตอนนี้ลีกส์แบดมินตันก็ปิดแล้ว เลยขี้เกียจมากมาย วันนี้ฤกษ์งามยามดีเลยลงไปใช้บริการยิมในหมู่บ้าน วิ่งไปครึ่งชั่วโมง ยกดัมเบล และอื่นๆ ปิดท้ายด้วย ซาวน่า อบไอน้ำ ให้สบายตัว แบบว่าทำให้ร้อนจนเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆๆๆ จำได้ว่าสมัยเป็นเด็กเคยไปเตาอบสมุนไพรแถวบ้าน เข้าไปแล้วร้อนมากทั้งกลิ่นสมุนไพรพวกตะไคร้ ใบมะกรูด จะอ้วกให้ได้เลยตอนนั้นแต่ตอนนี้ชอบมากเข้าทีไรตัวเบากลับออกมา โดยเฉพาะตอนนี้มีแต่คนบอกว่าอ้วน เพราะตอนนี้น้ำหนักขึ้นมาประมาณห้ากิโลเทียบกับตอนที่อยู่เมืองไทย ดังนั้นจะทำความดีได้ร่างกายต้องพร้อม เดี๋ยวถ้าเป็นโรคอะไรไปก็คงไม่ได้บำเพ็ญเพียรในชาตินี้ อิ อิ
 
สุขภาพ คือ ความสมบูรณ์ของ กาย จิต สังคม และวิญญาณ ดังนั้นวีระพงษ์ต้องทำอะไรก็ได้ให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
  1. self-motivation
  2. healthy diet
  3. physical activity
  4. social engagement
  5. meditation
  6. ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ตกลงปลงใจ

หลังจากที่เราต้องหาที่เรียนต่อปริญญาเอกมานานพอสมควร สมัครไปที่ Cambridge Centre for Brain Repair ก็ไม่ได้ละ ตอนนี้คงไม่เอาที่ neurobiology ที่ได้มาก่อนหน้านี้แล้วเพราะคิดว่าเรียนเซลล์ต้นกำเนิดน่าจะมีข้อดีกว่าในหลายๆ ด้านถึงแม้จะไม่ใช่เคมบริดจ์ก็ตาม
ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์กับอาจารย์ที่ UCL ก็ส่งอีเมล์ไปหา prof ที่ Stem cell Institute, University of Newcastle Upon Tyne ที่นี่มีชื่อเสียงด้านเซลล์ต้นกำเนิดมากแห่งหนึ่งของ UK พอดีคนที่เราส่งไปหาเขาไม่สามารถรับได้เขาก็เลย forward เมล์เราไปทั้งสถาบัน ตอนนี้มีอาจารย์สองกลุ่มเมล์ตอบกลับมา
  1. ทำวิจัยด้าน mitocondria-related neurological diseases ตอนนี้เขาได้ทดสอบนำไมโตรคอนเดรียที่ผิดปกติฉีดเข้าไปใน mouse embryonic stem cell เพื่อศึกษากลไกการเกิดโรค ตอนนี้เขาเลยเสนอให้เราไปศึกษาในเซลล์ต้นกำเนิดของคน จริงๆ แล้วโปรเจกต์นี้น่าสนใจมากๆ เพราะว่า
  • กลุ่มวิจัยนี้มีชื่อเสียง ตีพิมพิ์ในวารสารชั้นนำประจำ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องผลงาน
  • การใช้เซลล์ต้นกำเนิดเป็นโมเดลศึกษากลไกการเกิดโรคกำลังเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่กำลังมาแรงไม่แพ้การนำเซลล์ต้นกำเนิดไปรักษาโรค
  • โรคที่เกิดจากความผิดปกติของไมโตคอนเดรียมัหลายโรคนะ และที่เมืองไทยคิดว่าคนทำวิจัยด้านนี้ไม่มากนัก

    2.  งานวิจัย germ stem cell คือ ตั้งใจนำเซลล์ต้นกำเนิดพัฒนาให้เป็นเซลล์ spermatocyte สร้างตัวอสุจิเพื่อนำไปรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย อันนี้ไม่สนใจตั้งแต่แรก แต่เขาเสนอมาว่ารับเข้าเรียนได้ และเขาเป็น Prof of Stem cell biology ซึ่งตรงมากๆ แต่ที่ไม่ชอบเพราะว่าเราได้ทุนให้ทำเกี่ยวกับสมอง ดังนั้นอันนี้ไม่ควรเรียนถึงแม้จะน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

อีกที่หนึ่งที่ตอบกลับมาคือ the University of Manchester ซึ่ง Prof คนนี้ทำหลายอย่างมาก เช่น เซลล์สมองดัดแปลงพันธุกรรม สร้างเส้นประสาทเทียม โดยรวมแล้วเน้นงานวิจัยด้าน tissue engineering & stem cell engineering น่าสนใจดี สิ่งที่ชอบคือ

  • เขาเป็น Prof of Tissue Engineering
  • งานวิจัยหลากหลาย งานตีพิมพืปีหนึ่งๆ หลายฉบับมาก
  • เน้นวิศวกรรม ซึ่งข้อดีคือ จุฬาฯมีหลักสูตร Biomedical engineering ซึ่งเราก็ไปอยู่ในหลักสูตรนั้นด้วย มันก็น่าจะทำให้เรามีความรู้ด้านวิศวะมากขึ้นนอกจาก molecular and cellular basis

แต่หลังจากที่ไปคุยกับ Dr Patrizia Ferretti ที่ทำงานที่ ICH, Univversity College London แล้ว เราก็ตอบอีเมลืไปแล้วว่าอยากทำหนึ่งในสามเรื่องนี้เรียงตามความชอบ

  1. Human amniotic fluid- derived stem cells for development of neural precursor cells
  2. Happocampus stem cells
  3. spinal cord tem cells

อีเมลืไปถามอีกรอบเมื่อตอนบ่ายว่าตกลงจะให้ไปเรียนจริงๆ ไหม เพราะไม่งั้นจะได้ไปหาที่อื่นไม่อยากเสียเวลาให้นานออกไปอีกเพราะค่อนข้างเหนื่อยกับการหาที่เรียนมานานแล้ว ก่อนจะมาเรียนที่อิมพีเรียลก็เหนื่อยเสียเวลาเป็นปี ตอนนี้เลยอยากได้ที่เรียนให้เร็วที่สุด

ข้อดีถ้าหากเรียนที่ UCl

  1. มันคือ  neural stem cell for neuroscience research ซึ่งตรงกับที่รัฐบาลให้เงินมาเรียน
  2. งานที่เขาเสนอนั้นน่าสนใจ
  3. คุยกันแล้วก็โอเคนะ เป็นผู้หญิงคนอิตาลี ยังไม่แก่ ดังนั้นจบแล้วก็ยังร่วมงานได้
  4. ห้องแล็ป อุปกรณ์ ครบครัน คนไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งกันใช้
  5. UCL มีชื่อเสียงพอสมควร คือ ranking ใช้ได้คนไทยรู้จัก
  6. สอบถามจากพี่คนไทยที่เป็นอาจารย์ทันตแพทย์จากขอนแก่นซึ่งกำลังเขียน thesis เขาก็บอกว่าอาจารย์นะชอบเด็กไทยเพราะว่าขยัน หนักเอาเบาสู้ จบแน่นอน
  7. อยู่ในลอนดอน ไม่ต้องไปนอกเมือง ทำธุระอะไรก็ลำบาก

ข้อเสียอาจมี เช่น

  1. กลุ่มวิจัยขนาดเล็ก เขาเป็นหัวหน้าภาควิชา Developmental Biology มีอาจารย์สองคน เด็ก PhD stedent และ Post-Doc รวมกันแล้วไม่น่าเกินยี่สิบคนนะ
  2. ไม่ใช่ Professor ผลงานตีพิมพิ์ยังไม่มากนัก ปีนึงก็ประมาณ 2-3 papers ได้
  3. อาจจะต้องช่วยตัวมากขึ้นเพราะเขาไม่ค่อว่าง ไป conference บ่อยพอสมควร แต่จริงๆ อันนี้มันก้เป็นปกติของอาจารย์ที่งานเยอะๆ ต้องไปพูดโน้นนี่อยู่แล้วอะนะ
  4. เราต้องประหยัดเงินเพราะค่าใช้จ่ายในลอนดอนแพงโคตรๆ

อาจารย์เขาตอบตกลงให้เรียนด้วยแล้ว ตอนนี้ก็ต้องยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการต่อ UCL เหลืออีกหลายขั้นตอนเลยครับกว่าจะได้ใบตอบรับมา ย้ำอีกรอบ ที่เรียนในอนาคตของวีระพงษ์

Neural stem cell biology group

Department of Developmental Biology

Institute of Child Health

University College London

University of London

 

 

 

 

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ไปสัมภาษณ์มาแล้ว

วันนี้ไปพบกับ Dr Patrizia Ferritti ที่ทำงานอยู่ Institute of Child Health, University College London เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการเรียนปริญญาเอกกับเขา งานวิจัยของเขาที่ตีพิมพิ์ก็เป็น neural stem cell ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากทำตั้งแต่ต้นแหล่ แต่ทำไมเราไม่ติดต่อเขาไปตอนแรกก็งงตัวเองเหมือนกัน อาจเป็นเพราะมัวแต่สมัครเคมบริดจ์อยู่เลยไม่มองที่ UCL เลย อีกอย่างคือทุกที่ที่เข้าค้นหางานวิจัยที่ UCL ก็ไปหาแต่ที่ UCL Campus หลักๆ ก็เลยลืมดูที่นี่ซึ่งก็มีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อยเหมือนกัน ไปถึงประมาณ 10.00AM ก็นั่งรอเพระเขานัด 10.30AM ไปก่อนเฉยๆ ไปดูตึกเรียนว่าน่าอยู่ไหม โดยรวมก็ไม่ใหญ่น่าเรียนดี แต่ไม่ได้กลางลอนดอนเท่าไหร่ เป็นโรงพยาบาลเด็ก บรรยากาศเงียบดี พอถึงเวลาที่คุยกับ Dr Ferretti เขาก็เล่าให้ฟังว่าทำอะไรบ้าง แล้วก้เสนอว่ามีงานวิจัยอะไรที่จะให้เราไปคิดเพื่อตัดสินใจว่าจะมาทำกับเขา ซึ่งเราต้องอีเมล์ไปบอกอีกทีนึง
 
งานวิจัยที่เราสนใจอยากจะทำให้มีดังต่อไปนี้
  1. บทบาทของ neural stem cells ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อประสาทของโมเดล spinal cord injury ใช้การศึกษาใน chick embryo เป็นหลัก
  2. การเดินทางของ neural stem cell จากสมองส่วน Hippocampus ไปยังสมองส่วนต่างๆ เมื่อใช้เอ็มบริโอที่มีอายุต่างกันและได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยที่ต่างกัน อันนี้ทดลองในหนู mouse
  3. ศึกษาเซล์ต้นกำเนิดจากน้ำคร่ำที่เรียกว่า Amniotic – derived stem cell เมื่อเดือนที่แล้วเป็นข่างใหญ่หน้าหนึ่งหลายวันเรื่องเซลล์กำเนิดในน้ำคร่ำเพราะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องใช้ embryonic stem cell ที่มีปัญหาจริยธรรมมากมาย เราก็จะศึกษาศักยภาพของเซลล์นี้ในการเจริญพัฒนาไปเป็น neural stem cell ข้อดีของสถาบันวิจัยนี้ เป็นโรงพยาบาล เวลาหมอเจาะตรวจน้ำคร่ำเราก้ได้ตัวอย่างมาทำวิจัยได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่ รพ ก็เก็บเซลล์ต้นกำเนิดยาก ก็เลยคิดว่าถ้ากลับเมืองไทยก็คงต้องทำร่วมกับอาจารย์หมอที่ รพ จุฬา เพื่อขอน้ำคร่ำมาทำวิจัยซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ

ขอเวลาตัดสินใจหนึ่งวันแล้วอีเมล์ไปบอกอาจารย์ ตอนนี้เกิด bias อยากเรียนหัวข้อที่สามเพราะเป็นเรื่องใหม่ เมืองไทยไม่มีใครทำแน่ ยังมีอะไรให้ทำอีกมากเพราะในโลกนี้ก็ยังมีคนทำเรื่องนี้ไม่มากนัก

หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

หาที่เรียนใหม่อีกรอบ

หลังจากที่เคมบริดจ์ส่งอีเมล์บอกว่าเราผ่านการคัดเลือกรอบแรกแล้ว
อีกสองวันต่อมาก็มีอีเมล์แจ้งว่าไม่ได้แล้ว
จะเพราะเหตุผลอะไรนั้นเรื่องมันยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  1. คุณสมบัติไม่ดีพอ
  2. อาจารย์ที่อิมพีเรียลเขียน reference ให้ไม่ดี
  3. อาจารย์ดวงเดือนไม่ส่ง reference
  4. เคมบริดจ์ส่งอีเมล์ผิดพลาด
  5. จิปาถะ
ทแก้ปัญหาเต็มที่ละ
อีเมล์ไปเคมบริดจ์ก็ได้รับคำตอบว่าต้องไปถาม director
แต่จนป่านนี้ไม่มีอะไรคืบหน้า ก็เลยได้แต่ทำใจว่าคงเป็นเพราะวาสนาไม่ถึงมั้ง
ตอนนี้หาที่เรียนใหม่ ติดต่อไปที่อาจารย์ที่ University College London
ทำวิจัยทางด้าน neural stem cell แต่เน้นเพื่อการรักษา spinal cord injury
 
ตอนนี้ในใจคิดว่าคงต้องเรียนอะไรก็ได้ที่เป็น stem cell แล้วค่อยไปต่อ post-doctoral research
ที่เป็น stem cell for drug discovery เพราะว่าเราจะไปเป็นอาจารย์ที่คณะเภสัชศาสตร์
มันก็ต้องทำงานให้คณะ สร้างชื่อกอบกู้มาบ้าง เพราะตอนนี้ดูคณะเงียบๆ ไม่ค่อยมีใครทำวิจัยด้านนี้เลย
 
พรุ่งนี้ไปสัมภาษณ์แล้วครับ
ถ้าได้จะทำอย่างไร ตอบ อีเมล์ไปหา stephen minger ว่าตกลงยูจะให้ไอไปเรียนด้วยไหม
ถ้าให้ก็เอา stephen เพราะดังกว่า แต่ถ้าเขาไม่เอาเราก็เอาคนนี้แหละ UCL
แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ก็หาคนอื่นต่อไปจนกว่าจะได้
 
หาที่เรียนต่อนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะพี่น้อง ปีที่แล้วใช้เวลาทั้งปีกว่าจะได้มาเรียนที่นี่
ตอนนี้เหตุการณ์เดิมๆ กลับคืนมาอีกครั้งแต่อาจจะดูง่ายกว่าเดิมเพราะเป็นนักเรียนอังกฤษแล้ว
อาจารย์ที่นี่เขาก็เลยเชื้อมั่นมากกว่าตอนจบจากเมืองไทยใหม่ๆ
 
สรุป
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

Oxford Trip