วันนี้นั่งถ่ายภาพจากสไลด์ในห้องแล๊ปตั้งแต่เช้า ปกติการถ่ายภาพไม่ต้องใช้สมาธิมากนัก จึงฟังเพลงได้ เราก็เปิด YouTube ฟังเป็นปกติ แต่วันนี้เพิ่งได้เห็นวิดิโอใหม่ๆ ของเอกพล มนตระการ กับ ไผ่ พงศธร แล้วก็ต่าย อรทัย คือว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนแต่งเพลงซึ่งส่วนใหญ่ก็คงเป็นครูสลา คนเดิม ไปสรรหาเรียงร้อยถ้อยคำได้อย่างไร คือพอฟังปุ๊บแล้วมันใช่เลย ชีวิตคนอีสานประมาณนั้น ยิ่งฟังเพลงประมาณเด็กหนุ่มบ้านนอกมาสร้างฝันในเมืองกรุงนี่ จิตใตเตลิดเปิดเปิงคิดเป็นตุเป็นตะว่าเหมือนชีวิตตัวเอง
เพลงคำสัญญาของหนุ่มบ้านนอก ของไผ่ ฟังทำนองขึ้นมาตอนแรก บ้าไปแล้ว แต่งได้ไงเพราะมากกกกกกกก ยิ่งเนื้อหานี่ ไม่ต้องพูดถึง กินใจขนาด เปิดฟังทั้งวัน"ดั่งใบตองบ้านป่า พลัดถิ่นมาเป็นใบตองกรุง ห่อแรงงานมาจากบ้านทุ่ง ฝากคนตึกสูงจากไว้ใช้สอย อาศัยข้าวแกง เป็นเข้าแลงในห้องน้อยๆ ยามแลงแสงตะเว็นคล้อย คิดฮอดคนคอยอยู่ทางบ้านเฮา"
แต่เพลงที่ชอบมานานแล้ววันนี้เปิดฟังจนเป็นเรื่องคือ "ทางไกลกราบแม่" ของเอกพล ทำแล๊ปแล้วก็ฟังเพลงไป น้ำตาซึมไง แล้วหมอจีนก็เข้ากะจะถามอะไรสักอย่าง ตกใจมากที่เห็นข้าพเจ้าร้องไห้ Pong, r u OK? ตลกมากเลยตอบไปว่าไม่มีอะไรดอก ตอนหลังเลยอธบายให้ฟังว่าซึ้งแล้วคิดถึงบ้านเฉยๆ
แต่จริงๆแล้วเวลาน้ำตาไหลนี่มันโล่งนะ ยิ่งไหลเพราะคิดถึงบ้านนี่ทำให้มีพลังใจแข็งแกร่งขึ้น จะได้ไม่ย่อท้อ มาเรียนหนังสือไม่ได้ไปแบกหามเป็นจับกัง งานสบายแค่นี้ทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าไง คนเป็นล้านไม่ได้มีโอกาสแบบเรา ต้องไปแบกหามเป็นลูกจ้าง กินข้าวก็ไม่อิ่มท้อง นี่ชีวิตเราสบาย นาก็ไม่ต้องไปไถไปดำ นอนก็ได้นอนที่ดีๆ ดังนั้นตั้งใจเรียนดีๆ วีระพงษ์ มาสร้างเนื้อสร้างตัวนะครับ เวลาพักผ่อนยังมีอีกมาก เที่ยวเอาไว้ก่อน สี่ปีเป็นเวลาที่สั้นที่เราจะสามารถสั่งสมบารมีทางวิชาการ สู้ สู้ เพราะ ขยันเท่านั้นคือคำตอบ
ตั้งแต่เป็นเด็กน้อยก็คุ้นหูกับเสียงหมอลำมาตลอดเลย ตั้งแต่คณะเล็กแบบโนเนมจนถึงคณะที่ยิ่งใหญ่ในสมัยก่อน เท่าที่ผมจำได้นะ คณะหมอลำที่ผมเคยชมการแสดงสดมีดังต่อไปนี้อะคับ