หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

อาหารเย็นเพื่อสุขภาพ

วันนี้ไปจ่ายตลาดที่ Tesco ของถูกกว่าที่อื่นพอสมควร ซื้อไปเยอะมาแต่จ่ายไปแค่ประมาณ 15 ปอนด์ คงอยู่ได้อีกหลายวัน วันนี้เลยทำต้มปลาแมคคาเรลเป็นอาหารเย็น อร่อยได้ใจ

หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

ทีวี: พิษภัยต่อเด็กเล็ก

โทรทัศน์หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าทีวีนั้น เป็นเครื่องรับสัญญาณคลื่นความความรู้ ข่าวสาร และความบันเทิงมาทุกยุกทุกสมัย ภาพครอบครัวที่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาหน้าจอทีวีนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งที่สังคมอาจมองว่าเป็นการสร้างความอบอุ่นและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว บางครอบครัวมีเครื่องทีวีประจำในห้องนอนของลูกๆ พอเด็กๆ ตื่นนอนก็ต้องเปิดทีวีเป็นอันดับแรก หรือบางบ้านมีลูกน้อยกำลังหัดคลานหัดเดินก็ปล่อยไว้หน้าจอทีวีด้วยเชื่อว่าเด็กจะได้เห็นตัวการ์ตูนในทีวีเป็นเพื่อนไปพลางๆ ในขณะที่พ่อแม่ต้องทำภาระกิจอื่น

เนื่องจากช่วงเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี จะเป็นช่วงที่เรียนรู้ภาษา, ทักษะทางสังคมและร่างกายมีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างและการทำงานของสมองมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีปัจจัยหลายอย่างทั้งภายในตัวเด็กเองและสิ่งแวดล้อมที่เด็กเรียนรู้ล้วนมีผลต่อความยืดหยุ่นของสมอง (brain plasticity) ที่จะเป็นตัวเบ้าหลอมโครงสร้างและการทำงานของสมองในอนาคตเมือ่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ การรับชมทีวีจึงมีผลต่อการเรียนรู้เด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Dr Aric Sigman ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Associate Fellow of the British Psychological Society ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่ศึกษาผลของทีวีต่อสุขภาพมาเป็นเวลานานได้แถลงต่อคณะสมาชิกวุฒิสภาของสหราชอาณาจักรในการประชุมที่จัดโดยองค์กรด้านสื่อสารมวลชน Mediawatch-UK
โดยผลเสียของการดูทีวีที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ได้แก่ รูปแบบการนอนหลับที่ผิดปกติ (irregular sleep pattern) ลดอัตราเผาผลาญพลังงานในขณะพัก (resting metabolic rate) จนอาจทำให้เกิดโรคอ้วน เวลาที่เด็กพูดกับผู้ใหญ่ลดน้อยลง เด็กมีทักษะทางสังคมแย่ลง และที่สำคัญคือเด็กมีสมาธิ (concentration) และความจดจ่อ (attention) แย่ลง จนอาจทำให้เกิดโรคความจดจ่อเสื่อมหรือสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder) และทีวีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคออติซึมโดยเมื่อปลายปีที่แล้ว Cornell University, Indiana University และ Purdue University ได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการดูทีวีและการเกิดอาการออติซึมในเด็กอเมริกัน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าภาพในจอทีวีที่เคลื่อนไหวค่อนข้างเร็วจะลดความสามารถของเด็กในการจดจ่อสนใจ ขาดสมาธิในการเรียนรู้ นอกจากนี้ทีวียังมีแสงสว่างจ้า สีสรรมากเกินไป เต็มไปด้วยตัวกระตุ้นเทียมที่ไม่มีจริงในชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาสมองทั้งในด้านโครงสร้างและหน้าที่การทำงานซึ่งจะส่งผลในระยะยาวเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ข้อเสนอของ Dr Aric Sigman
เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่ควรให้ดูทีวี
เด็กอายุ 3-7 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 30-60 นาทีต่อวัน
เด็กอายุ 7-12 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง
เด็กอายุ 12-15 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 1.5 ชั่วโมง
เด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

ทีวีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเกือบจะทุกบ้าน ให้สาระและความบันเทิงและเป็นเพื่อนคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน รายการทีวีในเมืองไทยมีส่วนช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยมากน้อยเพียงใด ผู้ปกครองสนใจอิทธิพลของทีวีที่มีต่อลูกหลานตัวเองหรือไม่ อย่าปล่อยให้เด็กเล็กอยู่หน้าจอทีวีตลอดเลยครับ พาพวกเขาไปเรียนรู้ธรรมชาตินอกบ้าน สวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ถึงแม้เรายังไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าทีวีเป็นตัวการทำลายสุขภาพเด็ก แต่การจำกัดช่วงเวลาการดูทีวีและส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายก็จะช่วยให้สมองของลูกรักได้มีการเรียนรู้อย่างสมดุลและป้องกันปัญหาที่ตัวเราคาดไม่ถึงได้

เอกสารอ้างอิง

1. หนังสือพิมพิ์ guardian ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2550 http://www.guardian.co.uk/medicine/story/0,,2064185,00.html

2. Michael Waldman และคณะ, DOES TELEVISION CAUSE AUTISM?
http://www.johnson.cornell.edu/faculty/profiles/Waldman/AUTISM-WALDMAN-NICHOLSON-ADILOV.pdf

เว็บไซต์แนะนำ

1. การเรียนรู้ของเด็กเล็ก
http://www.teachers.tv/video/19829

หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

เป็นผู้ใหญ่แล้วคร้าบ

วันนี้ 8 เมษายน ครบรอบวันเกิดอีกครา แม่บอกว่าผมเกิดปีระกาช่วงเช้าประมาณเก้าโมง ตอนเด็กๆ หมอดูบอกว่าเป็นไก่ของพระอาทิตย์ หรือว่าไก่เจ้าพระยานี่แหละ ไม่ค่อยแน่ใจ เพียงแต่บอกว่า จะขยันทำมาหากิน มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือสนับสนุน จะได้เป็นใหญ่เป็นโตด้วยนะ  ดวงจะได้เดินทางไกลมาศึกษาและทำงานยังต่างประเทศ ตอนนี้ก็เริ่มมีเค้าโครงความเป็นจริงตามหมอดูบ้างแล้วละ ปีนี้ก็เหมือนทุกปีครับวันเกิดก็เหมือนปกติไม่ได้พิธีกินเลี้ยงแต่อย่างใด ต่างกันที่ถ้าอยู่เมืองไทยก็คงได้ไปทำบุญที่วัด แต่นี่มาอยู่เมืองฝรั่งไปวัดไทยลำบากพอควร เดี๋ยวคงไปเดินเล่นคนเดียว พักผ่อน ถ่ายรูปสวยๆ วางแผนชีวิตข้างหน้าต่อไป
 
อายุ 26 ปีแล้ว ไม่ได้เป็นเยาวชนแล้วนะเรา ต่อไปก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว พร้อมกับความรับผิดและรับชอบที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ ตอนนี้มาเที่ยวนะแต่ด้วยความเคยชินกับการอ่านหนังสือ ดูข่าว อ่านเปเปอร์ ก็เลยได้ความรู้ใหม่อีกเยอะเลยวันนี้เสมือนเป็น นักอนาคตวิทยา (futurist or futurologist) หนึ่งในนั้น คือ
 
ยุคนี้เราอยู่ในยุค Information technology ซึ่งเขาคาดว่าจะไปถึงจุดสูงสุดในปี 2020 และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คือในปี 2010-2050 จะเป็นยุคที่เรียกว่า Neurotechnology อนาคตจะมีธุรกิจที่เกี่ยวกับประสาทเกิดขึ้นมากมาย ตอนนี้ทั่วโลกกำลังตั้งแนวรุกเพื่อก้าวไปกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ อีกไม่นานสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ neurotech ก็จะเกิดขึ้นมากมาย
 
  • neuropharmaceuticals
  • cogniceuticals
  • emoticeuticals
  • sensoceuticals
  • neuroprosthetics
  • neurodiagnostics
  • neurodevice
  • neurofinance

อีกไม่นานคนไทยคงคุ้นหูกับคำเหล่านี้ ไม่อธิบายหรอกนะ เดี๋ยวเราต้องรวบรวมงานวิจัยมาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวก่อน การได้อ่าน ได้ขีด ได้เขียน ในสิ่งที่เราสนใจ ในสิ่งที่เราศรัทธานี่มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ อาจจะดูยากแต่ถ้าเราอยากค้นคว้าและเรียนรู้กับมัน ความรู้เหล่านี้ก็คงอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ทำไมถึงต้องเรียนรู้ละ

  1. ให้มีชีวิตอยู่ ได้สร้างความดี
  2. การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่
  3. การเรียนรู้ เพิ่ม cognitive reserve แก่แล้วจะได้ไม่มีโรคภัยมากนัก
  4. การเรียนรู้ ลดอัตราการตายของเซลล์ประสาทที่สร้างขึ้นใหม่
  5. ถ้าไม่รู้จริง พูดไปใครเขาจะเชื่อละ
  6. เขาส่งมาเรียนรู้แล้วกลับไปพัฒนาประเทศไทยนะ

 

ดังนั้นวันนี้เป็นวันแรกของอายุ 26 ปี เป็นวันเริ่มต้นของการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้จริงกับชีวิต และบอกประโยชน์เหล่านี้ต่อกับผู้อื่น ตอนนี้สิ่งที่เรียนแล้วนำมาปฏิบัติได้คือ

  • กินผักผลไม้ทุกวัน (กินวิตามินเสริมด้วยอะนะ)
  • ลดอาหารไขมันอย่างเร่งด่วน
  • ออกกำลังกายทุกวัน
  • อ่านหนังสือทุกวัน
  • เขียนบทความทุกวัน
  • ฟังเพลง (หมอลำ) ทุกวัน

ขยัน…คือ…คำตอบ

หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

เสาร์สบาย

วันนี้ตื่นแต่เช้าไปเที่ยวกับพี่ปิงซึ่งกำลังเรียน PhD ที่ University of York, UK วันนี้เราไปกันที่ Buckingham Palace, St’ Jame Park, Horse Guads และปิดท้ายด้วยการกินข้าวที่ร้านอาหารจีนที่ soho เป็น้รานที่ตั้งอยู่ข้างๆร้าน Loon Moon อร่อยดีนะ
 
ออกจากไปส่งพี่ปิงที่ King’s Cross แล้วได้ยินข่าวว่า NEXT ลดราคาก็เลยไปที่แถว soho ไปเสียตังค์ให้สุขใจก่อนได้มาหลายอย่างเลย เสื้อเชิ้ต กางเกง รองเท้าหนัง กระเป๋าให้แม่ กระเป๋าสตาค์ อีกหลายรายการ ที่ซื้อไว้ก็เพราะว่าพอถึงเวลากลับเมืองไทยมันคงไม่ลดไง ช่วงที่มันลดราคาก็ต้องซื้อเก็บไว้ ตอนนี้ซื้อเก็บจนจะเปิดร้านได้แล้วทั้ง Marks and Spencer, NEXT, H&M, PRIMARK, Harrods และอื่นๆ กลับเมืองไทยก็จะต้องไปแจกญาติพี่น้องและเพื่อน เตรียมรอรับได้เลย
 
กลับมาตอนบ่ายๆ ก็ขอหลับก่อนเพราะง่วงมากๆ ตื่นอีกทีก็ประมาณเกือบสองทุ่ม ตัดสินใจไปออกกำลังกายที่ยิมเพราะว่าต้องกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทแบ่งตัวอย่างสม่ำเสมอนะ แจริงๆ ก็เป็นประโยชน์กับสุขภาพโดยรวม เพราะตอนก่อนมาค่าไขมันในเลือดก็เกินมาตรฐาน ก็เลยกลัวมากไอ้พวกโรค CVS
 
แวะไปดูรูปได้ที่ http://mylifeuk.blogspot.com/
 
หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

บทความเซลล์ต้นกำเนิด

ไม่ได้เขียนแบบนี้นานแล้ว แต่นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญกับชีวิต และเราก็ต้องออกกำลังกายเพื่อให้เซลล์ต้นกำเนิดแบ่งตัวมากๆๆๆๆๆ  เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนสองวัน
ตามไปอ่านได้ที่ ผลของการออกกำลังกายต่อการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส
Effect of exercise on adult neurogenesis in Hippocampus
 
หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

So tired

I got up around 9.30 this morning. Since last night I promised myself to read cognitive neuroscience such as language, this  morning I spent time with this topic nearly 2 hours and I found that It was very difficult and so tired. Finally I gave up and then cooked for my lunch before going to play Badminton with others Thai society members at Ethos sport centre, Imperila College. Actually, I can stay at home and do my revision further because I am in the Imperial Badminton team  and always have matches against other universities that means  my body is ative and fit enough to win the Samaggi game at University of Essex. To play with the society, I have to pay for 2 pounds each session which is expensive compared to 140 Thai Bath but I have to do because I think that others need me to suggest them for the training. Tonight, I am going to read cognitive neuroscience again.  Spending too much time with the net is not reasonable for my study. Doing things like chating via MSN, updating my Bloggang as well as my web sites except this MSN space are not allowed to do for a while.
 
Things needed to be done in this moment are reading books, training Badminton for Ssamaggi game, preparing for PhD interview, listing equipment and facilities for stem cell research laboratory at my Pharmacy  faculty, Chulalongkorn University by February as directed by Assoc Prof Duangdeun Meksuriyen.


Recently I have listed what supplements I have to take every days in order to keep my physical body and mentality healthy as follows:
 
1. Boots Multivitamins and Minerals
2. Takeda Folic acid 500 mg for my brain and my heart
3. Boots Omega 3, 6 and 9 for my heart and good circulation
4. Takeda Vitamin C 500 mg for my anti-oxidative system
5. Boots Korean Ginseng for immune system and holistic health
6. Boots Lutein and Zeaxanthin for eye health
 
You guys can take as well.