หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

มันกลับมาอีกแล้ว

หลังจากที่ดีใจมากกับผลตอบรับจาก UCL คราวนี้ก็มาถึงเวลาสมัครอย่างเป็นทางการซึ่งตามหลักของมหาวิทยาลัยอังกฤษเขาก็ต้องการ 2 references หนึ่งในนั้นต้องมาจากที่เรียนปัจจุบัน ซึ่งเราก็ใส่ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ลงไป เมื่อวานเอาใบ reference form ไปให้กรอกเขาก็บอกว่าจะทำให้นะ พอตกตอนเย็นมาเปิดอีเมล์ อ้าว เขาเขียนมาแจ้งว่า "ฉันไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะว่าฉันยังรู้จักเธอไม่มากพอ และถ้าฉันตอบไปแบบไม่ถูกต้องก็จะเป็นการกระทำที่ unprofessional " ดังนั้นเธอวีระพงษ์ควรไปหาอีกคน ซึ่งเขาหมายถึง Dr Dexter ที่เราเคยให้เขาเขียนตอนสมัครเคมบริดจ์
 
พอเกิดแบบนี้ปุ๊ปก็นึกถึงเคมบริดจ์ในบัดดล กำลังคิดว่าไอ้ที่กรูไม่ได้เข้าสัมภาษณ์เนี้ยเพราะว่าอาจารย์ที่นี่เขียนตอบไปแบบนี้หรือเปล่า I cannot assess, I cannot answer, I have known him not enough สารพัด เพราะเราเจอกับเขาครั้งเดียว แล้ว course organizer ก็ไม่อยากเขียนปัดไปให้ personal tutor แล้วคนนี้แหละที่เราสงสัยเพราะอีเมล์ไปหาก็ไม่เคยตอบกลับมาเลย แต่มันก็ผ่านไปแล้วอะเรียกร้องอะไรไม่ได้ โชคชะตาคงไม่อยากให้ไปเรียนที่นั่นมั้ง
 
ต้องรอคำตอบอีกทีว่าอาจารย์จะเป็น reference ให้ได้หรือไม่ เพราะวันนี้ไปหา course organizer เล่าความทุกข์ยากให้ฟัง เขาแอบน้ำตาซึมด้วยละ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไอจะไปพูดกับอาจารย์ที่ปรึกษายูให้นะ ตอนนี้ก็เลยได้เรียนรู้หลายอย่างมากมาย
  • ขอ reference จากฝรั่งนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนกับอาจารย์คนไทยนะ
  • เขาทำตามหน้าที่จริงๆ ไม่มีอะลุ้มอะหล่วยนะ ไม่รู้ก็ไม่รู้ ตอบไม่ได้ฉันก็ไม่ตอบ มันเรื่อของคุณที่จะได้เรียนหรือไม่
  • ถึงแม้เราจะทำดีที่สุด แต่ปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ก็มีผลต่ออนาคตเราอยู่มากโข
  • ชีวิตเรามักจะมีอุปสรรคเสมอนะ ได้อะไรมาก็แสนยากเย็น ช่างเหนื่อยล้าเต็มที

ฟัลเพลงอะไรนิดหน่อยก็น้ำตาซึมช่วงนี้ อยากเรียนให้จบเร็วๆ

หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ทำเพื่อตัวเองและคนอื่นๆ

01.00AM
เนื่องจากต้องทำวิจัยเกี่ยวกันโปรตีนที่ชื่อว่าแอนเน็กซิน (annexins) ดังนั้นเราก็ต้องอ่านเปเปอร์ หาข้อมูลจากหลายๆ แห่ง และต้องเขียนวิทยานิพนธ์ในท้ายที่สุด การที่สร้างเว็บเก็บข้อมูลลิงค์และเพิ่มการเขียนเนื้อหาเป็นภาษาไทยบ้าง ถึงแม้เป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง แต่ก็ถือว่าสนุกดี เพราะนอกจากที่เราจะได้ใช้ประโยชน์แล้ว คนอื่นที่สนใจก็อาจจะได้แวะมาอ่านบ้าง เพิ่งเริ่มทำเมื่อวานนี้เองตอนห้าทุ่ม เดี๋ยวค่อยมาทำต่อละกัน เอาแบบค่อยเป็นค่อยไปนะไม่ต้องเร่ง ไปเยี่ยมชมได้ที่นี่ครับ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ตกลงปลงใจ

หลังจากที่เราต้องหาที่เรียนต่อปริญญาเอกมานานพอสมควร สมัครไปที่ Cambridge Centre for Brain Repair ก็ไม่ได้ละ ตอนนี้คงไม่เอาที่ neurobiology ที่ได้มาก่อนหน้านี้แล้วเพราะคิดว่าเรียนเซลล์ต้นกำเนิดน่าจะมีข้อดีกว่าในหลายๆ ด้านถึงแม้จะไม่ใช่เคมบริดจ์ก็ตาม
ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์กับอาจารย์ที่ UCL ก็ส่งอีเมล์ไปหา prof ที่ Stem cell Institute, University of Newcastle Upon Tyne ที่นี่มีชื่อเสียงด้านเซลล์ต้นกำเนิดมากแห่งหนึ่งของ UK พอดีคนที่เราส่งไปหาเขาไม่สามารถรับได้เขาก็เลย forward เมล์เราไปทั้งสถาบัน ตอนนี้มีอาจารย์สองกลุ่มเมล์ตอบกลับมา
  1. ทำวิจัยด้าน mitocondria-related neurological diseases ตอนนี้เขาได้ทดสอบนำไมโตรคอนเดรียที่ผิดปกติฉีดเข้าไปใน mouse embryonic stem cell เพื่อศึกษากลไกการเกิดโรค ตอนนี้เขาเลยเสนอให้เราไปศึกษาในเซลล์ต้นกำเนิดของคน จริงๆ แล้วโปรเจกต์นี้น่าสนใจมากๆ เพราะว่า
  • กลุ่มวิจัยนี้มีชื่อเสียง ตีพิมพิ์ในวารสารชั้นนำประจำ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องผลงาน
  • การใช้เซลล์ต้นกำเนิดเป็นโมเดลศึกษากลไกการเกิดโรคกำลังเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่กำลังมาแรงไม่แพ้การนำเซลล์ต้นกำเนิดไปรักษาโรค
  • โรคที่เกิดจากความผิดปกติของไมโตคอนเดรียมัหลายโรคนะ และที่เมืองไทยคิดว่าคนทำวิจัยด้านนี้ไม่มากนัก

    2.  งานวิจัย germ stem cell คือ ตั้งใจนำเซลล์ต้นกำเนิดพัฒนาให้เป็นเซลล์ spermatocyte สร้างตัวอสุจิเพื่อนำไปรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย อันนี้ไม่สนใจตั้งแต่แรก แต่เขาเสนอมาว่ารับเข้าเรียนได้ และเขาเป็น Prof of Stem cell biology ซึ่งตรงมากๆ แต่ที่ไม่ชอบเพราะว่าเราได้ทุนให้ทำเกี่ยวกับสมอง ดังนั้นอันนี้ไม่ควรเรียนถึงแม้จะน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

อีกที่หนึ่งที่ตอบกลับมาคือ the University of Manchester ซึ่ง Prof คนนี้ทำหลายอย่างมาก เช่น เซลล์สมองดัดแปลงพันธุกรรม สร้างเส้นประสาทเทียม โดยรวมแล้วเน้นงานวิจัยด้าน tissue engineering & stem cell engineering น่าสนใจดี สิ่งที่ชอบคือ

  • เขาเป็น Prof of Tissue Engineering
  • งานวิจัยหลากหลาย งานตีพิมพืปีหนึ่งๆ หลายฉบับมาก
  • เน้นวิศวกรรม ซึ่งข้อดีคือ จุฬาฯมีหลักสูตร Biomedical engineering ซึ่งเราก็ไปอยู่ในหลักสูตรนั้นด้วย มันก็น่าจะทำให้เรามีความรู้ด้านวิศวะมากขึ้นนอกจาก molecular and cellular basis

แต่หลังจากที่ไปคุยกับ Dr Patrizia Ferretti ที่ทำงานที่ ICH, Univversity College London แล้ว เราก็ตอบอีเมลืไปแล้วว่าอยากทำหนึ่งในสามเรื่องนี้เรียงตามความชอบ

  1. Human amniotic fluid- derived stem cells for development of neural precursor cells
  2. Happocampus stem cells
  3. spinal cord tem cells

อีเมลืไปถามอีกรอบเมื่อตอนบ่ายว่าตกลงจะให้ไปเรียนจริงๆ ไหม เพราะไม่งั้นจะได้ไปหาที่อื่นไม่อยากเสียเวลาให้นานออกไปอีกเพราะค่อนข้างเหนื่อยกับการหาที่เรียนมานานแล้ว ก่อนจะมาเรียนที่อิมพีเรียลก็เหนื่อยเสียเวลาเป็นปี ตอนนี้เลยอยากได้ที่เรียนให้เร็วที่สุด

ข้อดีถ้าหากเรียนที่ UCl

  1. มันคือ  neural stem cell for neuroscience research ซึ่งตรงกับที่รัฐบาลให้เงินมาเรียน
  2. งานที่เขาเสนอนั้นน่าสนใจ
  3. คุยกันแล้วก็โอเคนะ เป็นผู้หญิงคนอิตาลี ยังไม่แก่ ดังนั้นจบแล้วก็ยังร่วมงานได้
  4. ห้องแล็ป อุปกรณ์ ครบครัน คนไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งกันใช้
  5. UCL มีชื่อเสียงพอสมควร คือ ranking ใช้ได้คนไทยรู้จัก
  6. สอบถามจากพี่คนไทยที่เป็นอาจารย์ทันตแพทย์จากขอนแก่นซึ่งกำลังเขียน thesis เขาก็บอกว่าอาจารย์นะชอบเด็กไทยเพราะว่าขยัน หนักเอาเบาสู้ จบแน่นอน
  7. อยู่ในลอนดอน ไม่ต้องไปนอกเมือง ทำธุระอะไรก็ลำบาก

ข้อเสียอาจมี เช่น

  1. กลุ่มวิจัยขนาดเล็ก เขาเป็นหัวหน้าภาควิชา Developmental Biology มีอาจารย์สองคน เด็ก PhD stedent และ Post-Doc รวมกันแล้วไม่น่าเกินยี่สิบคนนะ
  2. ไม่ใช่ Professor ผลงานตีพิมพิ์ยังไม่มากนัก ปีนึงก็ประมาณ 2-3 papers ได้
  3. อาจจะต้องช่วยตัวมากขึ้นเพราะเขาไม่ค่อว่าง ไป conference บ่อยพอสมควร แต่จริงๆ อันนี้มันก้เป็นปกติของอาจารย์ที่งานเยอะๆ ต้องไปพูดโน้นนี่อยู่แล้วอะนะ
  4. เราต้องประหยัดเงินเพราะค่าใช้จ่ายในลอนดอนแพงโคตรๆ

อาจารย์เขาตอบตกลงให้เรียนด้วยแล้ว ตอนนี้ก็ต้องยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการต่อ UCL เหลืออีกหลายขั้นตอนเลยครับกว่าจะได้ใบตอบรับมา ย้ำอีกรอบ ที่เรียนในอนาคตของวีระพงษ์

Neural stem cell biology group

Department of Developmental Biology

Institute of Child Health

University College London

University of London

 

 

 

 

หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

หาที่เรียนใหม่อีกรอบ

หลังจากที่เคมบริดจ์ส่งอีเมล์บอกว่าเราผ่านการคัดเลือกรอบแรกแล้ว
อีกสองวันต่อมาก็มีอีเมล์แจ้งว่าไม่ได้แล้ว
จะเพราะเหตุผลอะไรนั้นเรื่องมันยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  1. คุณสมบัติไม่ดีพอ
  2. อาจารย์ที่อิมพีเรียลเขียน reference ให้ไม่ดี
  3. อาจารย์ดวงเดือนไม่ส่ง reference
  4. เคมบริดจ์ส่งอีเมล์ผิดพลาด
  5. จิปาถะ
ทแก้ปัญหาเต็มที่ละ
อีเมล์ไปเคมบริดจ์ก็ได้รับคำตอบว่าต้องไปถาม director
แต่จนป่านนี้ไม่มีอะไรคืบหน้า ก็เลยได้แต่ทำใจว่าคงเป็นเพราะวาสนาไม่ถึงมั้ง
ตอนนี้หาที่เรียนใหม่ ติดต่อไปที่อาจารย์ที่ University College London
ทำวิจัยทางด้าน neural stem cell แต่เน้นเพื่อการรักษา spinal cord injury
 
ตอนนี้ในใจคิดว่าคงต้องเรียนอะไรก็ได้ที่เป็น stem cell แล้วค่อยไปต่อ post-doctoral research
ที่เป็น stem cell for drug discovery เพราะว่าเราจะไปเป็นอาจารย์ที่คณะเภสัชศาสตร์
มันก็ต้องทำงานให้คณะ สร้างชื่อกอบกู้มาบ้าง เพราะตอนนี้ดูคณะเงียบๆ ไม่ค่อยมีใครทำวิจัยด้านนี้เลย
 
พรุ่งนี้ไปสัมภาษณ์แล้วครับ
ถ้าได้จะทำอย่างไร ตอบ อีเมล์ไปหา stephen minger ว่าตกลงยูจะให้ไอไปเรียนด้วยไหม
ถ้าให้ก็เอา stephen เพราะดังกว่า แต่ถ้าเขาไม่เอาเราก็เอาคนนี้แหละ UCL
แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ก็หาคนอื่นต่อไปจนกว่าจะได้
 
หาที่เรียนต่อนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะพี่น้อง ปีที่แล้วใช้เวลาทั้งปีกว่าจะได้มาเรียนที่นี่
ตอนนี้เหตุการณ์เดิมๆ กลับคืนมาอีกครั้งแต่อาจจะดูง่ายกว่าเดิมเพราะเป็นนักเรียนอังกฤษแล้ว
อาจารย์ที่นี่เขาก็เลยเชื้อมั่นมากกว่าตอนจบจากเมืองไทยใหม่ๆ
 
สรุป
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

Human Metabolome Database

  12.04PM
พอดีช่วงที่พักจากอ่านหนังสือก็ได้อ่าน News@Nature 
เป็นข่าวเกี่ยวกับการใช้ Metabolome ในทางคลินิก 
มีลิงค์อันนี้น่าสนใจมาก Human Metabolome Database (HMDB)  
 ที่เป็นผลจากเทคโนโลยีด้าน metabolomics ที่นี่ให้คำตอบที่ครอบคลุมทุกด้านของสาร metabolite ในร่างกายเกือบ 2500 ชนิด   
เช่น เราต้องการรู้เกี่ยวกับ acetylcholine ก็ไปที่นี่ได้เลย
นอกจากมีพวก metabolite แล้ว ยังมีฐานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยา DrugBank ประมาณ 1500 ชนิด
และอาหารรวมทั้งสารปรุ่งแต่ง FooDB ประมาณ 3500 ชนิด 
ดีสุดๆๆๆๆๆๆ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

Only one module left

สอบไปแล้วสี่โมดูล ค่อนข้างพอใจเพราะเราตั้งเป้าว่าให้ผ่านก็พอ ไม่หวังให้ได้เต็มเหมือนสมัยเรียน ป.ตรี แค่ให้ผ่านจบโทได้ก็นับว่าเยี่ยมแล้ว ขอแค่ให้ผลการเรียน ป.โท เป็น pass แต่ถ้าได้ merit ก็ดีมาก เราคงไม่หวัง distinction ดอกเพราะมันยากเกินไป
 
วันนี้สอบเรื่อง motor and sensory system เป็นเรื่องที่ยากที่สุดและกังวลมากเพราะเนื้อหาเยอะมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คืนก่อนที่จะสอบก็อ่านหนังสือไม่ได้เพราะเหนื่อยมากๆ เนื่องจากสอบมาหลายวัน อ่านไม่จบก็เลยต้องเสี่ยงอ่านเรื่องที่คาดว่าอาจารย์จะเอามาถาม ก็เลยอ่านเรื่อง central pattern generator ที่อยู่ในไขสันหลัง ใช้เวลาเกือบทั้งวันเพราะยังไม่ได้แตะทบทวนมาก่อนเลย ที่เหลือก็มาอ่าน short note ที่ได้ทำไว้แล้วเรื่อง motor, somatosensory and reflex สรุปแล้วอ่านเนื้อหาที่อาจารย์สอนน้อยมากๆ ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็น จากทั้งหมดประมาณ 10 เรื่อง อ่านประมาณ  5 เรื่อง เอง แบบว่าเสี่ยงมาก
 
สุดท้ายแล้วต้องแขวนพระไปมหาลัย ก่อนออกจากบ้านก็อฐิษฐานทุกอย่าง พระอาจารย์ ปู่ยาตายาย พ่อแม่ เรียกมาหมด ภาวนาให้ได้เรื่องที่อ่านไป หอบหนังสือไปอ่านหน้าห้องสอบไม่ได้อ่านเลยแค่ทวนอันเก่าก็หมดเวลาละ ได้ทวน central patern generator หน้าห้องสอบเพื่อจะให้จำไดอะแกรมให้ได้มากที่สุด พอไปเปิดกระดาษคำถามขึ้นมาก็กวาดสายตาหาเรื่องที่พออ่านได้ ไปเจอข้อที่สองดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อาจารย์ให้อธิบาย
1. central pattern generator
2. proprioceptive reflex
3. mesencephalic locomotor region
ขอบคุณสิ่งศักดิ์ที่ช่วยดลใจให้อาจารย์ออกข้อสอบข้อนี้มา
 
ส่วนข้อที่สองที่เลือกทำคือ compare and contrast acute and chronic pain
จริงๆ แล้วอาจารย์ไม่ได้สอนเลยแต่ออกข้อสอบมายากมาก เราก็ต้องเขียนเท่าที่ได้ มั่วไปบ้าง เขียนที่ไม่เกี่ยวบ้าง ขอคะแนนสงสารเขาไม่ให้ตกก็พอ เพราะอีกสามข้อที่เหลือไม่มีความรู้ข้อมูลในสมองจะเขียนเลยแม้แต่นิดเดียว
 
บวกลบคูณหารแล้วคิดว่าน่าจะผ่านได้นะสำหรับโมดูลนี้ พวกเพื่อนฝรั่งทุกคนมันก็บ่นเหมือนกันว่าทำไม่ค่อยได้ ก็แอบดีใจว่า เออ มันก็ทำไม่ได้เหมือนกันละหว่ะ ไม่ต้องเครียดมากวีระพงษ์ ตกก็สอบใหม่ปีหน้าไม่มีปัญหา
 
เหลือโมดูลสุดท้ายวันพุธนี้แล้วเราก็จะจบภาคแรกของ ป.โท จากนั้นก็ทำวิจัยอย่างเดียวซึ่งไม่น่ามีปัญหา คะแนนก็คงเอาไม่ยากเหมือนมานั่งอ่านหนังสือสอบแบบนี้ ถ้าสอบปลายภาคเสร็จก็ถือว่าใกล้จบ ป.โทละ อีกหกเดือนครับวีระพงษ์ อดทนอีกนิดใกล้ถึงฝั่งแล้ว ไปพักที่เกาะสักพัก แล้วว่ายน้ำต่อไปให้ถึงแผ่นดินใหญ่
 
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

Cognitive Neuroscience: The hardest part

Today, I took a final exam for module 2, cognitive neuroscience. It was very hard time for me to revise all things from textbooks and teaching materials. Finally, the 2 questions I chose were the first one; semantic memory and sematic dementia and how to identify and distinguish this type of CNS disorder from another one, Alzheimer’s disease which is caused by loss of episodic memory, and the second question; frontal lobe function (executive functions) to complete the overloaded work.
 
I found that this part was very hard and it is the cognitive neuroscience that I am not familair with. Anyway, I have done it already and I think positively that I will pass and get a mark over 60 percent.
 
Keep going for the three modules left. Soo Soo!! You would be fine and survive from the course definitely.
 
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

สอบผ่านไปแล้ววันแรก

วันนี้สอบไปแล้วสำหรับโมดูลแรก คือ molecular and cellular neuroscience
ข้อสอบมีห้าข้อให้เลือกทำสองข้อ เราเลือก
1. short latency synaptic activation and neurotransmitter release
2. experimental models and genetic analysis in Huntington’s disease for potential approaches of treatment
 
อ่านทบทวนเรื่องแรกนานแล้วแต่เรื่องที่สองอ่านเมื่อวานเองแต่สิ่งคล้ายกันคือ
1. ทั้งสองเรื่องทำ mind map ได้เป็นระบบ สวยงาม จำได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ ซึ่งมีทั้งหมดเกือบสิบเรื่อง
2. ลุกขึ้นมาอ่านตอนเช้าอีกหลายรอบและจำภาพได้ชัดเจนที่สุด
 
ตอนที่เห็นคำถามก็แอบใจชื้นเพราะเราเตรียมมานะสองเรื่องนี้ รีบเขียนแบบรวดเร็วและคล่องกว่าตอน timed essay
ซึ่งทราบหัวข้อก่อนล่วงหน้าแต่เราจำเป็นข้อความขาดการเข้าใจภาพรวมที่เป็นแก่นของเนื้อหาอย่างเป็นระบบ เขียนได้น้อยมากตอนนั้น
แต่วันนี้ค่อยๆ นึกภาพที่เขียนไว้ที่ละ steps ๆ วาดรูปไดอะแกรมพอประมาณ
สรุปแล้วว่าพอใจกับการสอบวันนี้มาก คิดว่าผ่านแน่นอน
 
ดังนั้น โมดูลต่อไปต้องทำแบบเดิม พยายามเขียนไดอะแกรม และจำภาพให้ได้นะวีระพงษ์
สู้ๆ ต่อไป เหลืออีกสี่โมดูล
 
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ชีวิตต้องสู้

00.40AM
เหนื่อยมานานกับการอ่านหนังสือ พรุ่งนี้แล้วก็จะถึงวันสอบวันแรก
อีกไม่ถึงยี่สิบชั่วโมงที่เราจะมีโอกาสอ่านหนังสือเพื่ม
อ่านไม่จบสักโมดูล
เดี๋ยวพรุ่งนี้เตรียมที่สอบวันจันทร์
แล้วอังคารค่อยเตรียมของวันพุธนะ
คิดว่าโมดุลแรกน่าจะผ่านได้แต่อันที่สองนี่ซิ
ปวดต้นคอมากขึ้นๆ ยิ่งใกล้สอบ ต้นคอยิ่งเต้น ยิ่งปวด
เราต้องไม่เป็นอะไรนะ ต้องสอบผ่าน
คอร์สนี้มีนักเรียนทั้งหมด 14 คน
หมอที่เป็นฝรั่ง 3 คน
หมอคนจีน 1 คน
ที่เหลือเป็นนักประสาทวิทย์ เภสัชวิทยา และวิทย์ชีวภาพที่เป็นฝรั่ง
มีคนนึงเป็นเด็กวิทย์ คนสิงคโปร์ซึ่งมันเก่งอยู่แล้วและใช้ภาษาอังกฤษเป็นปกติของมัน
นักจิตวิทยาอีก 2 คน
สองสาวนี้แหละที่เป็นกำลังใจให้เราเพราะว่าเราเดาว่าเขาก็คงรู้สึกยากในวิชาพวก molecular and cellular
ซึ่งเด็กจิตวิทยามันคงไม่สามารถมากดอกถึงแม้มันจะเป็นฝรั่งก็ตามเหอะ
สองคนนี้ห้ามได้คะแนนมากกว่าเราละกัน
สู้ๆๆๆๆๆๆ เราลำบาก คนอื่นก็ต้องลำบากเหมือนกันละ
ถึงจะตก หรือไม่ตก ตอนนี้ไม่รู้ดอก
อ่านไปให้ดีที่สุด
ทุบหม้อข้าวหม้อแกงมาเรียนขนาดนี้ ตายเป็นตาย สู้สุดใจขาดดิ้น
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย หลวงปู่จรัญ พระอาจารย์ประเสริฐ พระอาจารย์ธีระวัตร ปู่ ยา ตา ยาย พ่อ แม่
ดลบัลดาลให้วีระพงษ์ อยู่รอดปลอดภัย สอบผ่านทุกโมดุล
สาธุ สาธุ สาธุ
ขยัน…คือ…คำตอบ

หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

RNA Interference

This VDO clip is very amazing and really good for understanding of RNA interference mechanisms. Although I do not understand the whole story but I like it very much.