หมวดหมู่
ความบันเทิง

หมอลำสาวสวย

"ดอกอ้อ ทุ่งทอง" ไม่เคยได้ยินชื่อนี้นะก่อนมาอังกฤษ แสดงว่าเพิ่งออกอัลบัมใหม่แน่ๆ เลย เพลงนี้คือ อดีตรักริมโขง ร้องดีนะ ดูดี ดังแน่ๆๆ

หมวดหมู่
ชีวิตทั่วไป

ซวย (เพราะแต่งตัวแย่มาก)

วันนี้หลังจากทำแล็ปเสร็จตอนบ่ายก็ต้องรับมาหาน้องหนอ
ขนั่งรถบัสไปขึ้น tube ที่ white city station ไปยัง notting hill gate
ขณะที่เดินทางเปลี่ยนขบวนรถเพื่อไปยัง earl’s court วิ่งแซงด้านซ้ายตลอด หอบกระเป๋า เพราะหิวข้าวแล้วก็กลัวน้องจะรอนาน
กอปรทั้งวันนี้ใส่ยีน รองเท้าผ้าใบ เสื้อ jumper ของ nike หนวดเคราไม่ได้โกน ผมไม่ได้เซ็ต หน้าโทรมมากเพราะนอนน้อย
ทันใดนั้นตำรวจลอนดอนก็กักตัวไว้ แนะนำตัวมากมาย ก็บอกแล้วว่ารีบ ทำอะไรก็รีบทำ
จับใจความได้ว่าคงตรวจตามปกติ เพราะกลัวเรื่องก่อการร้าย
ก็ไม่มีอะไร ยื่นบัตรอิมพีเรียลให้ดู ตอบคำถาม รับเอกสาร แต่ดีที่เขาพูดเพราะดี สุดท้ายด้วย Thank you, sir.
แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยขบวนการก่อการร้าย
บทสรุป แต่งตัวให้มันดูดีกว่านี้ หน้าตาก็หัดดูแลบ้าง
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

รอใบตอบรับ

หลังจากที่ส่งเอกสารทุกอย่างเพื่อสมัครเรียน PhD ที่ Institute of Child Health, University College London
ตอนนี้อาจารย์ก็บอกว่าเขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเขา
ตอนนี้ก็ต้องรอหนังสือตอบรับจาก UCL เพียงอย่างเดียว
ใกล้สำเร็จแล้ว วีระพงษ์ สู้ๆ
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

สอบผ่านแล้ว

วันนี้ผลสอบปลายภาคก็ประกาศเรียบร้อย
ผ่านฉลุยทั้ง 5 โมดูล ดีใจจัง
ไม่ได้ distinction แต่ก็ไม่เป็นไร แค่จบโทได้ก็ถือว่าโอเคมากสำหรับอิมพีเรียลปีนี้
สิ่งต่อไปที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ทำแล็ปให้ได้ผลเร็วๆ ต้องให้ได้ตีพิมพิ์ (ถ้าโชคดี)
หมวดหมู่
สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

ทีวี: พิษภัยต่อเด็กเล็ก

โทรทัศน์หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าทีวีนั้น เป็นเครื่องรับสัญญาณคลื่นความความรู้ ข่าวสาร และความบันเทิงมาทุกยุกทุกสมัย ภาพครอบครัวที่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาหน้าจอทีวีนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งที่สังคมอาจมองว่าเป็นการสร้างความอบอุ่นและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว บางครอบครัวมีเครื่องทีวีประจำในห้องนอนของลูกๆ พอเด็กๆ ตื่นนอนก็ต้องเปิดทีวีเป็นอันดับแรก หรือบางบ้านมีลูกน้อยกำลังหัดคลานหัดเดินก็ปล่อยไว้หน้าจอทีวีด้วยเชื่อว่าเด็กจะได้เห็นตัวการ์ตูนในทีวีเป็นเพื่อนไปพลางๆ ในขณะที่พ่อแม่ต้องทำภาระกิจอื่น

เนื่องจากช่วงเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี จะเป็นช่วงที่เรียนรู้ภาษา, ทักษะทางสังคมและร่างกายมีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างและการทำงานของสมองมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีปัจจัยหลายอย่างทั้งภายในตัวเด็กเองและสิ่งแวดล้อมที่เด็กเรียนรู้ล้วนมีผลต่อความยืดหยุ่นของสมอง (brain plasticity) ที่จะเป็นตัวเบ้าหลอมโครงสร้างและการทำงานของสมองในอนาคตเมือ่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ การรับชมทีวีจึงมีผลต่อการเรียนรู้เด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Dr Aric Sigman ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Associate Fellow of the British Psychological Society ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่ศึกษาผลของทีวีต่อสุขภาพมาเป็นเวลานานได้แถลงต่อคณะสมาชิกวุฒิสภาของสหราชอาณาจักรในการประชุมที่จัดโดยองค์กรด้านสื่อสารมวลชน Mediawatch-UK
โดยผลเสียของการดูทีวีที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ได้แก่ รูปแบบการนอนหลับที่ผิดปกติ (irregular sleep pattern) ลดอัตราเผาผลาญพลังงานในขณะพัก (resting metabolic rate) จนอาจทำให้เกิดโรคอ้วน เวลาที่เด็กพูดกับผู้ใหญ่ลดน้อยลง เด็กมีทักษะทางสังคมแย่ลง และที่สำคัญคือเด็กมีสมาธิ (concentration) และความจดจ่อ (attention) แย่ลง จนอาจทำให้เกิดโรคความจดจ่อเสื่อมหรือสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder) และทีวีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคออติซึมโดยเมื่อปลายปีที่แล้ว Cornell University, Indiana University และ Purdue University ได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการดูทีวีและการเกิดอาการออติซึมในเด็กอเมริกัน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าภาพในจอทีวีที่เคลื่อนไหวค่อนข้างเร็วจะลดความสามารถของเด็กในการจดจ่อสนใจ ขาดสมาธิในการเรียนรู้ นอกจากนี้ทีวียังมีแสงสว่างจ้า สีสรรมากเกินไป เต็มไปด้วยตัวกระตุ้นเทียมที่ไม่มีจริงในชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาสมองทั้งในด้านโครงสร้างและหน้าที่การทำงานซึ่งจะส่งผลในระยะยาวเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ข้อเสนอของ Dr Aric Sigman
เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่ควรให้ดูทีวี
เด็กอายุ 3-7 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 30-60 นาทีต่อวัน
เด็กอายุ 7-12 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง
เด็กอายุ 12-15 ปี ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 1.5 ชั่วโมง
เด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป ควรให้ดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

ทีวีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเกือบจะทุกบ้าน ให้สาระและความบันเทิงและเป็นเพื่อนคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน รายการทีวีในเมืองไทยมีส่วนช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยมากน้อยเพียงใด ผู้ปกครองสนใจอิทธิพลของทีวีที่มีต่อลูกหลานตัวเองหรือไม่ อย่าปล่อยให้เด็กเล็กอยู่หน้าจอทีวีตลอดเลยครับ พาพวกเขาไปเรียนรู้ธรรมชาตินอกบ้าน สวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ถึงแม้เรายังไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าทีวีเป็นตัวการทำลายสุขภาพเด็ก แต่การจำกัดช่วงเวลาการดูทีวีและส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายก็จะช่วยให้สมองของลูกรักได้มีการเรียนรู้อย่างสมดุลและป้องกันปัญหาที่ตัวเราคาดไม่ถึงได้

เอกสารอ้างอิง

1. หนังสือพิมพิ์ guardian ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2550 http://www.guardian.co.uk/medicine/story/0,,2064185,00.html

2. Michael Waldman และคณะ, DOES TELEVISION CAUSE AUTISM?
http://www.johnson.cornell.edu/faculty/profiles/Waldman/AUTISM-WALDMAN-NICHOLSON-ADILOV.pdf

เว็บไซต์แนะนำ

1. การเรียนรู้ของเด็กเล็ก
http://www.teachers.tv/video/19829

หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

สังคมวิทยา

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาได้พบปะผู้คนมากมายทั้งเด็กน้อยและผู้ใหญ่
สิ่งที่พอจะให้ข้อคิดกับตัวเองได้ก็คงเป็นไปตามนี้
 
  • ผู้ใหญ่ที่น่ารัก น่าชื่นชม ท่านจะวางตัวดีมากๆๆๆๆๆๆๆ เป็นกันเอง ท่านทำตัวเหมือนคนธรรมดา เกรงใจผู้อื่น ยิ้มเป็นมิตรตลอดเวลา
  • ครอบครัวที่สอนกันมาดีก็จะสังเกตเห็นพฤติกรรมที่น่ารักหลายอย่าง พูดจาไพเราะเพราะพริ้ง เป็นที่ประทับใจ
  • เด็ก ก็คือ เด็ก พูดจาดี ไม่ดี ก็ต้องให้อภัย
  • ต้องตรงต่อเวลา ทำอะไรก็ต้องบอกผู้ใหญ่ แจ้งให้เขาได้ทราบ จะกลับกี่โมงกี่ยาม เสียใจมากกกกก ที่ทำให้ผู้ใหญ่รอทานข้าวเย็นด้วย
  • ตั้งใจเรียนนะ แบ่งเวลาให้ดีๆ จดจ่อให้ความสำคัญกับงานวิจัยให้มากกว่านี้
  • อ่านหนังสือให้มากขึ้น ต้องรู้จริง คุยกับคนอื่นให้รู้เรื่อง ลดเวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง 
หมวดหมู่
งานวิจัย

Phagocytosis Essay

เป็นครั้งที่สองแล้วที่ทำแล๊ปนี้ แต่เปลี่ยนโปรโตคอลลใหม่เพราะว่าตอนแรกไม่เห็นเซลล์เลย
ทำตั้งแต่เก้าโมงครึ่งจนถึงสี่โมงเย็น นี่ขนาดย่นเวลานะ ถ้าทำเต็มเวลาก็คงเกือบสองทุ่ม
 
First, I treated PC12 cells with 6-OHDA for 6 hours to induce the cells to undergo apoptosis. Then, collected apoptotic PC12 cells and pooled, centrifuged and finally took them to be in contact with BV2 cells which are microglial cells. This coขculture system worked today is newly established in my lab group and it is also very useful for me when I return to TH, for sure. After letting both cells doing intercellular interaction and signal to many protein inside cytosol, i mean to induce phagocytosis, for 2 hours, then I took all well plates to the Haematology department for performing cytocentrifugation by using cytospin machine. Amazingly, there were spots of cells on the slide, haha the process worked. The final step was Geimsa staining. My god, I had to inhale many reagents, acetone, sorensen buffer, geimsa solution, May- grunwald and so on. Next time I will manage to ensure that everthing is safe to protect myself in order to survive before completing the degree, haha.
Astonishingly, my supervisor was very pleased to my results and she said she could see BV2 cells undergoing phagocytosis by phagocytosing those apoptotic PC12 cells. Haha, unfortunately I could not see any difference since this is my first experiment. Tomorrow, the slides will be analyzed under microscope and I, personally, hope to see many phagocytic BV2 cells so I can count and calculate the phagocytic index of such an experiment.
 
ดีใจมากมาย ของให้ได้ positive results จะได้ทำๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำอันอื่นต่อไปสำหรับเรื่อง apoptosis
Hoesht staining->FACS analysis
เริ่มสนุกและมีกำลังใจละ หลังจากที่น่าเบื่ออยู่นาน จนอยากไปเรียนเอกแล้ว งาน ป.โท ก็น่าสนใจเหมือนกันแฮะ
หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

เปลี่ยน Space

ถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนหน้าจอบ่อยจังเลย
ตอบ ก็เพราะว่ามันมีโมดูลใหม่ๆ ออกมาให้ลองใช้เรื่อยๆ
และเราก็อยากทำให้ space เป็นศูนย์รวมข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการใช้
นอกจากนี้คนอื่นอาจจะได้ประโยชน์ด้วย
 
เอาลิงค์อะไรมาใส่เยอะแยะ
ตอบ ก็อยากจะทำให้บรรลุเป้าหหมายตอนเป็นเด็กน้อย
ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วก็แบ่งปันคนอื่น เราคงไม่มีเงินไปแบ่งให้ตอนนี้
มีแต่วิชาความรู้ที่พอจะให้ได้
ตอนนี้ยังไม่ได้รู้อะไรมากนัก แต่สิ่งที่เขียนก็มั่นใจได้ว่าทำการบ้าน ค้นคว้าอย่างเต็มที่
 
แล้วหัวข้อที่ทำมีอะไรบ้าง เพราะอะไร
ตอบ ก็จบเภสัช ควรมีเรื่องเกี่ยวกับเภสัช เลยทำเป็นเภสัชศาสตร์ศึกษา
ต้องทำเพื่อวิชาชีพแน่นอน แต่คนที่อ่านก็เป็นชาวบ้านทั่วไปได้
ซึ่งก็เอาเอกสารที่ทำไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ป. ตรี ไปโหลดเก็บไว้ในอีกเว็บ (http:///www.fileden.com)
กำลังรวบรวมมาใส่ๆ ไว้ แต่บางครั้งอาจไม่ใช่ข้อมูลที่เที่ยงตรง และอาจล้าสมัยไปแล้วก็ได้
 
หัวข้อต่อมา คือ ประสาทวิทยาศาสตร์
ก็เพราะเรียนประสาทวิทยาศาสตร์จบไปแล้ว สิ่งที่เรียนเอาเก็บไว้ในสมองมันหนัก
ก็เลยต้องระบาย ไม่หรอกจริงๆ แล้วเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนไม่ให้ลืมของเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว
 
เซลล์ต้นกำเนิด อันนี้สนใจเองยังไม่ได้เรียนมากมาย มีแต่อ่านเองตามหนังสือ และวารสารวิจัย
ที่ต้องทำไว้เพราะไม่ค่อยมีใครทำเว็บไซต์เป็นภาษาไทย
อยากทำไว้ให้น้องๆ ได้อ่าน อยู่บ้านนอกก็อ่านได้ นึกถึงตัวเองสมัยก่อนไม่มีหนังสืออ่าน
อยากให้รู้ความเป็นไปของวิทยาการในโลกนี้ ต้องตามให้ทัน
 
โปรตีนแอกซิน หัวข้อนี้เกิดจากวิทยานิพนธ์ที่กำลังทำตอนนี้
ตัวเองต้องทบทวนวรรณกรรม หาโปรโตคอล เขียนเล่ม และอาจตีพิมพิ์ถ้ามีโอกาส
ดังนั้น รวบรวมให้ตัวเองได้ใช้และคนอื่นจะอ่านก็จะยิ่งได้ประโยชน์
 
ทำไมต้องไปแนะแนวน้องๆ ก็เพราะว่าสมัยก่อนไม่มีใครแนะนำเรื่องเรียน
ลองผิดลองถูกด้วยตนเอง เรียนตามมีตามเกิด ถือว่าโชคดีที่ได้เรียนต่อ
หลังจากที่ไปโพสใน http://www.eduzone.com ก็มีน้องๆ ทั้ง ม.ต้น และ ม. ปลาย แอด MSN มาค่อนข้างเยอะ
ประมาณครึ่งร้อยได้มั้ง คุยบ้าง ไม่คุยบ้างก็ยังคงติดต่อกันเป็นระยะ
สิ่งที่สังเกตเห็นคือ ถึงแม้น้องบางคนจะอยู่ในเมือง ก็ใช่ว่าจะมีข้อมูลดีกว่าคนอื่น
คือ ถามว่าเป็นเภสัชทำอะไร ก็ไม่ค่อยจะรู้ จะเรียนอะไรดี ก็บอกไม่ได้ พ่อแม่บังคับก็ต้องเรียน
ตอนนั้นเราก็คงตอบไม่ได้เหมือนกันครับ เอนทรานซ์ติดก็เพราะวาสนาดี
 
แต่คำพูดของอาจารย์ด่องที่ติดหูอยู่ทุกวันเวลาที่ย้อนตอบอาจารย์ว่าเราไม่รู้ ก็คือ
 "ถ้าสอนเธอให้รู้น้อยกว่าพี่ ประเทศชาติจะพัฒนาไหมนี่"
หมายถึงว่า ศิษย์ต้องเก่งกว่าครู คนรุ่นหลังต้องเก่งกว่าเรา ไม่งั้นประเทศก็คงย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน
ดังนั้นเราก็เลยอยากมีส่วนพัฒนาตรงนี้บ้าง ให้น้องๆ เก่งกว่าเราไปเลยยิ่งดี
ส่วนหนึ่งก็จะได้ตอบคำถามที่ว่า "ประสาทวิทยาศาสตร์จะช่วยปฏิรูบการศึกษาได้อย่างไร"
 
สรุปว่าอะไรดี
ตอบ ใครจะว่าบ้าพลัง อวดสรรพกำลัง แหวกแนว ก็ตามแต่
จุดประสงค์หลักคือ อยากทำ จะเพื่อตน เพื่อใคร สุดท้ายก็ต้องเป็นประโยชน์แน่นอน
หมวดหมู่
งานอดิเรก

ล้านโปรเจ็กต์

อยากทำโน้นทำนี้ตลอดเวลา แต่ยังมีโปรเจ็กต์ในหัวเยอะมาก ยังไม่เสร็จก็หลายงาน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวสักวันคงสำเร็จ
สรุปดีกว่าว่าอยากทำไรบ้างตอนนี้
 
หนังสือประสาทวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน
หนังสือเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับเยาวชน
การศึกษาเภสัชศาสตร์ในยุโรป
บทความหลายหัวข้อมากกำลังเขีบยแต่ยังไม่เสร็จเลย เช่น
ผลของเหล้า (แอลกอฮอล์) ต่อเซลล์ต้นกำเนิดสมอง
ประสาทวิทยาศาสตร์จช่วยปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร
ผลของอาหารต่อการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส
และอื่นๆๆๆ
 
รวมทั้งอยากเขียนเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษในร้านยา
น่าสนใจดีนะเพราะเราเคยทำงานที่บูทส์แล้วมันน่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งเภสัชกรและพนักงานผู้ช่วย
 
หมวดหมู่
ข่าวสารและการเมือง

รายงานข่าว

 

บังเอิญพิมพิ์คำว่า "ประสาทวิทยาศาสตร์" ก็ได้เจอของดีจากหนังสือพิมพิ์ไทยรัฐ เรื่องก็มีอยู่ว่าเขียนศัพท์มั่ว แปลไม่ได้เรื่อง

ไม่ใช่ว่าเราเก่งนะ แต่เขาเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ต้องเก่งและเขียนให้ประชาชนได้รับข้อมูลถูกต้อง

คลุกคลีดินโคลนบำรุงร่างกาย บำรุงระบบภูมิคุ้มโรคแข็งแรง [4 เม.ย. 50 – 00:06] http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=42395

คณะนักประสาทวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบริสตัล รายงานผลการศึกษาในวารสารวิชาการ “ประสาทวิทยาศาสตร์” ว่า เคยมีตัวอย่างคนไข้โรคมะเร็งปอดที่ได้รับการรักษาด้วยการให้แบคทีเรียพวกที่เป็นคุณ พากันแสดงว่ารู้สึกสุขสบายมากขึ้น ขณะเดียวกัน เหล่าหนูทดลองที่ได้สัมผัสกับแบคทีเรียแบบเดียวกัน สมองของมันก็ขับสารฮอร์โมนเซโรโทนิน อันเป็นฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นสุขออกมามากขึ้น เหมือนกับได้กินยาแก้ซึมเศร้าซึ่งออกฤทธิ์ทำนองเดียวกัน พวกเขากล่าวว่า จะต้องศึกษาดูว่าแบคทีเรียไมโคแบคทีเรียม แวคแค มีสรรพคุณเช่นนั้น ที่ออกฤทธิ์ต่อหน่วยประสาทเซราโทนินหรือไม่ เขายังเสริมว่ามันยังทำให้เราสงสัยว่า เราควรจะเล่นกับฝุ่นละอองให้มากขึ้นหรือไง.

พอดีตามไปอ่านในเว็บที่ชื่อ Medical News Today http://www.medicalnewstoday.com/healthnews.php?newsid=66840&nfid=crss

UK scientists suggest that a type of friendly bacteria found in soil may affect the brain in a similar way to antidepressants.

Their findings are published in the early online edition of the journal Neuroscience.

Researchers from Bristol University and University College London discovered using laboratory mice, that a "friendly" bacteria commonly found in soil activated brain cells to produce the brain chemical serotonin and altered the mice’s behaviour in a similar way to antidepressants.

They are suggesting this could explain why immune system imbalance could make some people vulnerable to mood disorders like depression.

Lead author, Dr Chris Lowry from Bristol University said, "These studies help us understand how the body communicates with the brain and why a healthy immune system is important for maintaining mental health".

"They also leave us wondering if we shouldn’t all be spending more time playing in the dirt," he added.

Dr Lowry and colleagues became interested in the project when they heard that cancer patients treated with the bacterium Mycobacterium vaccae reported increases in their quality of life. They speculated this could be because the bacteria were activating brain cells to release more serotonin.

When they treated mice with Mycobacterium vaccae they found that it did indeed activate a particular group of brain neurons that produce serotonin – in the interfascicular part of the dorsal raphe nucleus (DRI) of the mice, to be precise. They established this by measuring the amount of c-Fos in the area, a biochemical marker whose presence indicates that serotonin releasing neurons have fired.

Serotonin, also known as 5-HT (short for 5-hydroxytryptamine), is found in the gut, brain, nerves and blood of humans and other animals. There are 14 different receptors that bind to serotonin each working a different property of this highly multi-functional chemical messenger.

Apart from having a range of pharmacological actions, serotonin constricts blood vessels, sends messages between cells in the brain and within the central nervous system, regulates secretion of digestive juices, and helps to control the passage of food through the gut.

Different parts of the brain and the body need different levels of serotonin. In the brain for example, the hypothalamus (involved in mood regulation) needs a lot of serotonin while the cortex (involved in many complex processes like thinking, memory, attention, awareness and consciousness) only needs a little.

The brain keeps serotonin levels in balance using at least three mechanisms. One way is by releasing it, a second way is by inactivating it once it is released into the synaptic space between the nerve endings, and the third way is by absorbing it, a process known as "reuptake".

Low levels of serotonin are linked with a number of disorders including aggression, anxiety, depression, obsessive compulsive disorder (OCD), bipolar disorder, irritable bowel and fibromyalgia.

Antidepressants work by increasing serotonin levels in particular areas of the brain. One type, known as monoamine oxidase (MAO) inhibitors reduce the brain’s ability to inactivate the free serotonin. Another type, called selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) work by slowing down the reuptake process.

The friendly bacteria in this study appear to be having an antidepressant effect in a third way, by increasing the release of serotonin.

หลังจากนั้นก็เลยตามไปอ่านต่อในวารสารต้นฉบับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

Identification of an immune-responsive mesolimbocortical serotonergic system: Potential role in regulation of emotional behavior

 http://www.sciencedirect.com/science?_ob=ArticleURL&_udi=B6T0F-4NC5T69-D&_user=217827&_coverDate=03%2F28%2F2007&_rdoc=1&_fmt=&_orig=search&_sort=d&view=c&_acct=C000011279&_version=1&_urlVersion=0&_userid=217827&md5=0f0818c64bed2289ebecaeef333c5c66

 

บทวิจารณ์ไทยรัฐของเราเอง

ตอนนี้อ่านเปเปอร์ยังไม่จบหรอกแต่รู้ว่า ซีโรโตนิน (serotonin) โดยทั่วไปจัดเป็นสารสื่อประสาท (neurotransmitter)

 แล้วคำว่า "ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความสุข"  ฟังดูแล้วมันโอเวอร์มากๆๆ

แล้วคำพูดของนักวิจัยก็เอามาไม่มีอ้างแหล่ง ถ้าเขียนแบบนี้เหมือนกับว่านักข่าวไทยรัฐไปสัมภาษณ์มาเองเลย อ่านแล้ว งงๆ

เหมือนจะแปลไม่ถูกด้วย หัวหน้าคณะ ดร.คริส โลว์รี กล่าวบอกว่า

 “การศึกษานี้ ได้ช่วยให้เราเข้าใจวิธีการที่ร่างกายติดต่อกับสมอง และสาเหตุที่การรักษาสุขภาพจิต มีความสำคัญกับการมีระบบภูมิคุ้มโรคที่แข็งแรง”

สงสัยแปลมาจากเว็บที่เขียนว่า Lead author, Dr Chris Lowry from Bristol University said, "These studies help us understand how the body communicates with the brain and why a healthy immune system is important for maintaining mental health".