หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

ความทรงจำของวีระพงษ์ ตอนที่ 1

 

วันนี้ได้ชมมิวสิควิดิโอของ มนต์แคน แก่นคูณ เนื้อหาในหลายๆ เพลงได้กระตุ้นภาพความทรงจำในวัยเด็กของผมได้เป็นอย่างดี

 

สมัยเป็นเด็กที่บ้านทำนา ถึงฤดูเกี่ยวข้าว ได้ "ฟ่อนข้าว" แล้วก็ต้องมาตีข้าวให้ได้เม็ดข้าวเปลือกไปขาย กิจกรรมการตีข้าวจึงเกิดขึ้นในสถานที่ที่เรียกว่า "ลานตีข้าว หรือ ลานนวดข้าว" ซึ่งสมัยก่อนต้องทาพื้นผิวด้วยมูลวัวหรือควายที่เปียกแล้วปล่อยให้มันแห้ง มูลสัตว์จะช่วยปกป้องความชื้นจากดินและเชื้อโรคพวกแบคทีเรียและรา ช่วยปรับความแข็งของผิวหน้าดิน ไ ม่ให้เม็ดข้าวติดปนไปกับดิน ทำให้เก็บรวบรวมเม็ดข้าวได้ง่าย ต่อมาจึงมีการใช้ตาข่ายสีฟ้าเพื่อรองเม็ดข้าว ชาวนาต้องไปนอนที่นาเพื่อตีข้าวทั้งกลางวันและกลางงคืนให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ข้าวมีคุณภาพได้ราคางาม ผมก็เลยนึกถึงตอนที่ไปนอนที่ทุ่งนาตอนกลางคืน ไปตีข้าวที่ลานข้าว ท่ามกลางแสงจันทร์ เหมือนในมิวสิคเพลงลูกทุ่งไม่มีผิด

 

เพลงเตะน้ำหยอกปลา ทำให้นึกถึงภาพตอนไปนั่งบนเพิงริมน้ำแล้วหย่อนเท้าเตะน้ำเล่น แต่ใจจริงคือไปตกเบ็ดเพื่อหาปลานิลที่คลองแถวบ้าน แต่มันไม่มีปลามาติดกินเบ็ดก็เลยนั่งเอาขาแช่น้ำเล่นไปเรื่อย

 

ถาดพาข้าว เป็นภาชนะที่ทำให้ผมนึกถึงปู่ย่าขึ้นมาอย่างจับใจ ตู้กับข้าวไม้ที่ขาตั้งไม่ตรงกันทำให้เย้ไปเย้มามีถาดพาข้าวเก่าๆ ลายต้นไม้สีเขียวๆ ในถาดพาข้าวก็จะมีน้ำพริกปลาร้า มีกับข้าวที่เหลือจากมื้อก่อนๆ (ทำกับข้าวครั้งหนึ่งก็ทานไปได้หลายมื้อ) มีผักใบเขียว และโชคดีก็จะมีพวกขนมที่เรียกว่า เศษหลวงพ่อ คือเป็นขนมหวานที่ย่าเอามาจากวัดที่มีคนถวายให้หลวงพ่อ ท่านฉันไม่หมดก็เอามาให้ญาติโยมเอาไปทานที่บ้าน

 

โครงกระดูกไก่ราคา 3 บาท (ร้องไห้) ที่ปู่เดินไปซื้อที่ตลาดสดเอามาปรุงแบบชาวบ้าน เติมตะไคร้ ใบมะกรูด สับกระดูกให้เป็นชิ้นพอคำ เมนูนี้ทำให้ผมซึ้งมาก ปู่ก็ได้กินผมก็ได้กิน แต่จุดประสงค์จริงๆ ก็คือ ทำกับข้าวให้ ไอ้ตูบ ที่เป็นหมาแสนรู้ของปู่ มันชอบกินมากแต่ผมก็จะแย่งมันกินเป็นประจำ เอาต้มกระดูกไก่ร้อนๆ ราดข้าวสวยสักจาน ตอนนั้นก็เป็นจานเยี่ยมของผมแล้ว

 

ตอนเช้าๆ ย่าจะต้องนึ่งข้าวเหนียวแล้วมา ส่ายข้าว คือการถ่ายข้าวเหนียวที่สุกแล้วจากหวดข้าวเอามาผัดบนแผ่นไม้หนาๆ ที่เรียกว่า  โบม แล้วก็เอาน้ำมาพรมข้าวเหนียวเป็นระยะๆ ใช้ ไม่ค่อนด้าม หรือ ไม้ส่ายข้าว พลิกข้าวกลับไปมาเพื่อให้ไอน้ำจากข้าวเหนียวระเหยไปในอากาศ ลดอุณหภูมิไปในตัว ถ้าไม่ผัดข้าวให้ไอมันระเหยออกก่อนเวลาเอาข้าวเหนียวไปใส่ในกระติบไอน้ำก็จะควบแน่นเป็นโมเลกุลน้ำข้าวเหนียวก็จะแฉะ ไม่เหนียวปั้นไม่เป็น ปั้นข้าวเหนียว นอกจากนี้โมเลกุลน้ำอาจเร่งปฏิกิริยาทำให้ข้าวบูดง่ายด้วยกระมัง ผมก็ต้องมานั่งรอตอนที่ข้าวร้อนๆ เพื่อจะได้กินข้าวเหนียวร้อนๆ แต่ทั้งนี้ต้องรอหลังจากย่าแบ่งส่วนหนึ่งไว้ให้ปู่ใส่บาตรก่อน มิฉะนั้นจะได้บาปเอา จากนั้นผมก็เอาเกลือมาโรยปั้นข้าวเหนียวกินเป็นอาหารเช้า แต่อีกเมนูที่เด็ดก็คือ น้ำปลาร้าจากกระปุกแล้วบีบน้ำมะนาวลงไปนิด เอาปั้นข้าวเหนียว จ้ำ ลงไปในสารละลายดังกล่าวข้างต้น รสชาติแซ่บอย่าบอกใคร นี่ก็เป็นอีกเช้าที่รอดตายก่อนจะเดินไปเรียนหนังสือเมื่อครั้งเป็นเด็กน้อย

 

เพลงคำสัญญาของหนุ่มบ้านนอกของ ไผ่ พงศธร ท่อนนี้ อาศัยข้าวแกง กินข้าวแลงในห้องน้อยๆ ตรงกับชีวิตผมช่วงที่มาพักที่เอสดีคอรท์ แถวกิ่งเพชร ซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนปริญญาตรีที่คณะเภสัช จุฬาฯ คือสภาพห้องก็ไม่ถือว่าแคบดอก เพียงแต่เป็นห้องว่างเปล่า บนตึกเก่าๆ เพื่อนบ้านร่วมตึกก็จะเป็นพี่น้องคนอีสานที่มาตามล่าหาความฝัน บ้างก็เป็นพ่อค้าแม่ขาย ขายพวกอาหาร ขายน้ำหวาน ขับแท็กซี่ บ้างก็เป็นแม่บ้านให้สามีเลี้ยง ตกตอนเย็นมาพวกเขาก็สังสรรค์รวมตัวกันทานข้าวเย็นกัน พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาราโอเกะ เพียงแค่นี้ก็สววรค์สำหรับเขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเขาก็มีรายได้ไม่ได้มากนักแต่ก็เสียเงินกับพวกนี้โดยใช่เหตุบ้างก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน

 

ต้องรำลึกความทรงจำครั้งเป็นเด็กน้อยไปเรื่อยๆ ช่วงนี้กำลังเก็บข้อมูลตัวเอง !

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ชีวิตที่โรงเรียนใหม่

วันนี้เป็นอีกวันที่น่าจดจำ เพราะนานๆ ทีจะได้มีโอกาสฟังสัมมนาทางวิชาการเรื่องที่อยากฟัง วันนี้มีอาจารย์จาก Wake Forest University School of Medicine มาบรรยายเรื่อง Stem cells in regenerative medicine ซึ่งบรรยายได้น่าสนใจพอสมควร วันนี้ยังเป็นวันที่ได้พบกับ Dr Paulo อาจารย์ที่ปรึกษาร่วมเป็นครั้งแรก เพราะเคยอ่านแต่เปเปอร์เขาตอนต้นปีที่เป็นข่าวใหญ่เรื่องเซลล์ต้นกำเนิดจากน้ำคร่ำ (amniotic fluid-derived stem cells) แล้วก็ประหลาดใจเมื่อทราบจากอาจารย์ปรึกษาหลักว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Dr Pualo เพราะอาจารย์เก่งมากและเป็นผู้บุกเบิกหัวข้องวิจัยนี้เลยก็ว่าได้
หมวดหมู่
การศึกษาและวิชาการ

ครบรอบหนึ่งปี

วันที่ 25 กันยายน 2549 เป็นวันที่เราเดินทางจากประเทศไทยมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เวลาผ่านไปเร็วมาก วันนี้สำเร็จปริญญาโท MSc Integrative Neuroscience จาก Faculty of Medicine, Imperial College London โดยสมบูรณ์ ถึงแม้คะแนนจะไม่ได้ระดับเกียรตินิยมแต่ก็เป็นความสำเร็จที่เราพอใจระดับหนึ่ง การสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงก็เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง แต่เราจะปลาบปลื้มอีกหลายเท่าเมื่อผลการศึกษาวิจัยของเราในอนาคตได้สร้างประโยชน์ให้กับคนหมู่มาก การย้ายไปเรียนปริญญาเอกที่ University College London จึงเป็นการเริ่มต้นที่มีคุณค่า การวิจัยเรื่องเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง อยากศึกษา อยาก อยาก …. ดังนั้น ชีวิตนักเรียนปริญญาเอกในอีกสามปีข้างหน้าคงเป็นประสบการณ์ที่ต้องเก็บเกี่ยว พัฒนา เสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพทางวิชาการตั้งแต่จุดปล่อยตัว สู้เขานะ!
ขยัน คือ คำตอบ
หมวดหมู่
งานวิจัย

แนวทางการระดมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเพื่อเยียวยาตัวเราเอง

เรื่องการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วโลก เมืองไทยเองก็ให้ความสนใจ และในปัจจุบันหน่วยงานของรัฐบาลก็กำลังควบคุมให้ถูกทิศทาง เพราะบางครั้งประชาชนอาจคาดหวังกับการรักษาด้วยวิธีนี้มากจนลืมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปและความเสี่ยงที่ไม่ได้สูญหายไปด้วย แต่วันนี้ผมไม่ได้มาบอกสถานที่รักษานะครับ ผมเพียงต้องการเสนอว่าต่อไปภายหน้าซึ่งไม่รู้นานเท่าไหร่เราในฐานะคนธรรมดาอาจจะได้รักษาโรคทางสมองด้วยเซลล์ต้นกำเนิดสมองของเราเองและด้วยตัวเราเอง

โดยทั่วไปแล้ววิธีการใช้ประโยชน์จากเซลล์ต้นกำเนิดประสาทในทางคลินิกอาจแบ่งได้เป็น 2 กลยุทธ์หลัก คือ
1. การเสริมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทจากภายนอก (neural stem cell replacement therapy) เช่น ฉีดเซลล์จากภายนอกเข้าไปในร่างกาย ในสมองบริเวณที่ต้องการ เป็นต้น
2. การระดมเซลล์ต้นกำเนิดประสาทจากภายในร่างกายของเราเอง (neural stem cell recruitment therapy)
ผมมีความเชื่อว่าสักวันวิธีที่สองจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เลยขอเกริ่นคร่าวๆ ว่าแนวทางนี้เป็นอย่างไร เนื่องจากว่าเซลล์ต้นกำเนิดประสาทที่มีอยู่แล้วในสมองของคนเรา ใครๆ ก็มีจะยากดีมีจนทุกคนมีเหมือนกัน แต่ละวันเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเหล่านี้ก็แบ่งตัวให้เซลล์ประสาทใหม่ แต่ว่าสมองบางบริเวณเท่านั้นที่มีเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้อาศัยอยู่ (ปัจจุบันยอมรับกันว่าคือ SVZ และ SGZ แต่มีอีกหลายบริเวณที่เป็นที่ถกเถียงในแวดวงวิชาการว่าอาจจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้) เมื่อเกิดการบาดเจ็บของสมองขึ้น เช่น stroke และ traumatic brain injury เป็นต้น เซลล์เหล่านี้เช่นใน SVZ ก็จะแบ่งตัว พัฒนาตัวเองไปเป็นเซลล์ประสาท และเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บนั้นๆ
 แต่ศักยภาพที่สมองจะเยียวยาตัวเองนั้นมันน้อยมากเพราะมีสารต่างๆมากมายที่อยู่ในโครงสร้างสมอง ที่ควบคุม ปรับแต่งกระบวนการเยียวยาดังกล่าว นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกร่างกายก็มีผลอย่างมาก ตอนนี้นักวิจัยและบริษัทยาต่างก็รีบศึกษากลไกการเเบ่งตัว เจริญพัฒนา และการเดินทางของเซลล์ประสาท (neuronal migration) สักวันอาจจะมียากลุ่ม A ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทแบ่งตัวมากขึ้น ยากลุ่ม B ช่วยพัฒนาและยืดอายุเซลล์ประสาทให้อยู่นานขึ้น ยากลุ่ม C ช่วยเป็นไกด์พาเซลล์ประสาทเดินทางไปยังบริเวณที่ต้องการแบบสั่งได้ หรือแนวทางเสริมที่อาจจะไม่ต้องอาศัยยา เช่น การเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ (environmental enrichment) การออกกำลังกาย การฝึกด้านการรู้คิด เป็นต้น
ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ใช้จริง แต่ในอนาคตความก้าวหน้าที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้น การเยียวยาตนเองด้วยเซลล์ต้นกำเนิดประสาทของตัวเราเองโดยอาศัยปัจจัยภายนอกมาปรับเสริมจึงเป็นอีกหัวข้อการศึกษาที่น่าสนใจมากครับ…โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขยัน…คือ…คำตอบ
หมวดหมู่
ข่าวสารและการเมือง

Morning Health

วันนี้มีโอกาสได้เปิดโทรทัศน์ที่เมืองไทย ชื่อรายการ Morning Health ทางช่องสาม เวลาประมาณหกโมงเช้า ซึ่งพิธีกรได้เล่าถึงคุณประโยชน์ของกาแฟอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ถึงแม้ว่าผมก็ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่แนะนำส่งเสริมให้ดื่มกาแฟ พิธีกรบอกสรรพคุณของคาร์เฟอีนในกาแฟว่า
  • เพิ่มความจำ (ไม่อ่าน ไม่สนใจมันก็จำไม่ได้อยู่ดี บางที่อาจทำให้ความจำแย่ลงนะเพราะมันมีรายงานว่าถ้ากินนานๆ ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทสร้างเซลล์ประสาทลดลง)
  • เพิ่ม IQ (ผมไม่เชื่อนะ เพราะ IQ มันเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง)
  • ลดความเมื่อยหล้าจากการเล่นกีฬา (อาจจะทำให้ร่างกายทนทานได้)
  • แก้ปวดหัวไมเกรน (บางคนพบว่ากาแฟเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดหัวขั้นรุนแรงนะ)
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือด (ไปทำอย่างอื่นแทนให้เลือดมันไหลเวียนก็น่าจะได้ เช่น วิ่ง)

ถึงแม้ว่าข้อมูลบางส่วนอาจจะมีรายงานวิจัยสนับสนุน แต่การนำเสนอเช่นนี้อาจทำให้ประชาชนบางส่วนที่เสพข่าวแบบไม่ยั้งคิดเข้าใจว่ากาแฟดีแบบนั้นจริงๆ พิธีกรอาจไม่ได้มีส่วนต่อการแต่งคำพูดในสคริปต์รายการ แต่ผู้จัดรายการน่าจะรอบคอบ ยังดีที่บอกว่าคนที่เสี่ยง เช่นโรคหัวใจ โรคกระเพราะ ผู้สูงอายุ ไม่ควรดื่มกาแฟ มาประหลาดใจตอนท้ายที่พิธีกรนางงามสาวสวยให้ดื่มชาแทนกาแฟ อืม…..

ชื่อรายการบอกว่า “เช้าสุขภาพดี” แต่ช่วงที่สองพิธีกรก็พาไปทานเค้ก แล้วก็ร่ายข้อดีของการทานเค้กให้ฟัง บอกว่าการทานเค้กทำให้ผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มน้ำตาลในเลือด ทำให้มีความสุข อร่อย เป็นการทำการตลาดที่แนบเนียนมาก (ถ้าไม่คิด)  พูดไปได้ว่ามีประโยชน์สามข้อ แล้วข้อเสียจากไขมัน แป้ง เกินอัตราความต้องการของร่างกาย อีกหลายประการลืมไปหมด เฮ้อ….

ไม่น่าไปเปิดดูเลย ดูแล้วก็ไปจับผิดรายการเมืองไทย หลายครั้งที่ดูรายการต่างประเทศจะพบว่าการให้ข้อมูลต่อสาธารณะชนนั้นควรระมัดระวัง คนที่พูดควรมีความรู้ดี ชำนาญในเรื่องนั้นๆ ระดับหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งคือ การตลาด การโฆษณา ทำให้เกิดข้อมูลที่บิดเบือนไปอย่างมาก เห็นผิดเป็นชอบ เฮ้อ ไปกินเค้กเสริมสุขภาพต่อดีกว่าครับ…..

หมวดหมู่
ชีวิตทั่วไป

ชีวานอกโลกไซเบอร์

ปกติแล้วชีวิตเราก็อยู่หน้จอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา อยู่กับเปเปอร์ รายงาน สเปซ ภาพ สาระพัดงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ยิ่งฝนตกยิ่งไม่อยากออกไปไหน วันนี้อากาศที่ลอนดอนดีมาก ฟ้าสวย ลมเย็น แดดอ่อน เลยไปวิ่งออกกำลังกายที่ hyde park ดีมากๆ เห็นผู้คนมานอนอาบแดด ทานข้าวกัน อ่านหนังสือ ดูนกน้ำ ให้อาหารกระรอก นกพิราบอยู่กันเป็นฝูง เฮ้อ มันช่างมีความสุขจริงๆ  วิ่งไปรอบๆ ทะเลสาบไปเห็นคนกำลังเล่นวอลเล่ย์บอลกัน อ่าได้ทีเลยแจมเลย ก็มันดีเป็นคนอิหร่านเกือบทั้งหมด ชวนไปเล่นลีกส์ด้วย ฮ่าๆๆๆ น่าสน แต่เล่นได้ชั่วโมงเศษก็วิ่งกลับบ้านมาออกกำลังกายที่ยิมในหมู่บ้านต่อ ชีวิตสุขสันต์ถ้าได้ออกกำลังกายทุกวัน
หมวดหมู่
งานวิจัย

ชีวิตและความเป็นไป

วันพุธที่ผ่านมาได้เดินทางไปพบกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ UCL เพื่อพูดคุยขอบเขตงานวิจัยใน PhD จากที่เคยแจ้งไปว่าอยากทำเซลล์ต้นกำเนิดจากน้ำคร่ำ เค้าก็เลยเตรียมการไว้เยอะ พอบอกว่าวีระพงษ์เปลี่ยนใจอยากทำเซลล์ต้นกำเนิดในฮิปโปแคมปัสเขาก็ค่อนข้างโอเค เพราะเขาก็อยากทำแล็ปนี้เช่นกัน สรุปแล้วก็คือ ทำทั้งสองอย่าง
  1. เซลล์ต้นกำเนิดจากน้ำคร่ำ คงทำทั้งจากคนและหนู แล้วเหนี่ยวนำให้กลายเป็นเซลล์ประสาท อาจารย์คนที่สองที่จะไปทำด้วยคือ Dr Paulo คนนี้เก่งมากกกกกกกกกกกกกกก เป็นคนที่ค้นพบเซลล์ที่ว่านี้และตีพิมพิ์ใน Nature Biotechnology เมื่อต้นปีนี้เอง แต่ก่อนเป็นอาจารย์ที่อเมริกาแต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่  UCL แล้ว อาจารย์เป็นหมอผ่าตัด สามารถขอ license เพื่อเอาน้ำคร่ำมาทำวิจัยได้ ขอบเขตของงานที่ทำก็คงคล้ายๆ ที่รายงานในวารสารเก่าซึ่งเครื่องมือที่แล็ปมีครบทุกอย่าง แต่อาจารย์บอกว่าหากต้องทำ electrophysiology ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยืนยันการทำงานของกลุ่มเซลล์ประสาทก็อาจต้องไปทำงานกับอาจารย์อีกแล็ปอื่น อันนี้ชี้ให้เห็นว่าการจับกลุ่มทำวิจัย ร่วมมือกันในหัวข้อที่เราไม่มีความรู้เป็นไปได้ง่ายในเมืองฝรั่ง เราไม่รู้ก็ไปขอความรู้จากผู้รู้ ถ้าเรารู้ก็สอนคนอื่นได้ เป็นต้น
  2. เซลล์ต้นกำเนิดประสาทในฮิปโปแคมปัส คือเอาสมองมาเลี้ยงแบบเป็นแผ่นที่เรียกว่า hippocampal slice culture ดูผลของสารต่างๆ ต่อการเจริญพัฒนาของเซลล์ต้นกำเนิดประสาทเหล่านี้ ดูเหมือนอาจารย์เขาจะสนใจพวกยาเสพติด พูดออกมาหลายคำ เพราะยาเสพติดทำให้การเกิดใหม่ของเซลล์ประสาท(adult neurogenesis) หยุดชะงัก มีผลเสียต่อการเรียนรู้ และเกิดผลมากมายต่อเซลล์ต้นกำเนิดประสาท ส่วนตัวก็สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว อยากจะจับเอายาทั้งหมดมาคัดกรองหาประสิทธิภาพการกระตุ้นให้เซลล์ประสาทเกิดมากขึ้น ที่สำคัญประเทศจีนชอบเอาสมุนไพรจีนมาทดสอบมาก กลับไปเมืองไทยเลยอยากจะไปควานหาสมุนไพรไทยมาทดสอบดู ต่อไปภายหน้าแนวทางการรักษาด้วยตัวเอง (endogenous neural repair) น่าจะสดใส เมื่อเปรียบเทียบอีกแนวทางนึงคือ เอาเซลล์จากข้างนอกฉีดเข้าไปในตัว การรักษาด้วยตัวเองนี้ผมหมายถึงว่า จะกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดประสาทของตัวเองออกมาทำงานเยียวยาร่างกายเราเอง โดยกลไกการบังคับจากการเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ (environmental enrichment) การออกกำลังกาย ยา สารอาหาร สมุนไพร และปัจจัยอื่น ซึ่งเป็นงานวิจัยที่น่าตื่นเต้น เป็นประโยชน์ในวงกว้าง ไม่ต้องเสียเงิน ต่อไปชาวบ้านทั่วไปก็สามารถกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดตัวเองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปลดปล่อยจินตนาการไปเยอะ เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ นะ คนไทยจำนวนมากยังคิดว่า “เซลล์ประสาทเกิดใหม่ไม่ได้ สมองหยุด….. หยุดทำงาน มีแต่เสื่อมลงเรื่อยๆ”   ซึ่งความจริงแล้วในแต่ละวันเซลล์ต้นกำเนิดในสมองของคนเราแบ่งตัวให้เซลล์ประสาทใหม่วันละหลายพันเซลล์ ดังนั้น เซลล์ประสาทเกิดใหม่ได้ สมองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราสามารถควบคุมโครงสร้างและการทำงานของสมองได้ (บางส่วน)”  ผมจึงปรารถนาอยากจะเรียนรู้เรื่องต่างๆ เหล่านี้เพื่อขยายสารไปให้ทุกคนได้ทราบเช่นกัน

ขยัน คือ คำตอบ

หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

วันแม่ของผม

ผมเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับแม่บ่อยมาก แต่ผมรักพ่อเหมือนกันนะครับ เพื่อนหมอคนจีนถามว่าทำไมคุณพูดถึงแต่แม่ไม่เห็นพูดถึงพ่อบ้างเลย  อาจเป็นเพราะตอนสมัยที่ผมเป็นเด็กมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ผมใกล้ชิดกับแม่เป็นพิเศษ คุณสมบัติพิเศษของแม่ผมที่ผมจำได้แม่น คือ
 
  • สมัยเป็นสาวแม่สวย ยายก็เป็นนักขับสารภัญญะ ร้องหมอลำ ชื่อแม่ไม่ค่อยเพราะนะ นางหนูลอง มีแต่คนชอบถามผมเพราะมันชื่อชาวบ้านมาก แต่ผมชอบนะ จะได้มีแม่ชื่อเท่ๆ แบบโลโซๆ
  • แม่เรียนจบ ป. 4 เองไม่ได้รู้วิชาการมากมาย ระหว่างที่เราเดินกลับจากขายผักที่ตลาดไปบ้าน ผมก็มักจะสอนหนังสือแม่แต่จำไม่ได้แล้วว่าสอนอะไรไป แต่แม่ใช้ทักษะการบวกลบเพื่อคิดเงินกับลูกค้าก็เพียงพอ แม่เลยอยากให้ลูกเรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนชีวิตแม่ แต่เวลาที่ผมอ่านหนังสือใต้ทุนบ้านตอนดึกๆ คนเดียวแม่ก็จะมาบอกให้เลิกอ่านได้แล้ว กลัวลูกจะเป็นบ้า ไล่ให้ไปเที่ยวบ้าง ไปดูงานวัดบ้าง
  • แม่เป็นคนที่ประหยัดมาก ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น เสื้อผ้าก็ใส่ตัวเก่าๆ จะซื้อเสื้อใหม่ก็ไปหาซื้อตามตลาดนัดแบบราคาถูก ไปซื้อของตามตลาดก็ต้องต่อราคาแทบทุกครั้ง ชุดนักเรียนสมัยก่อนก็ต้องประหยัด ผมอยากได้มาก ชุดนักเรียนตราสมอ มันเท่มาก ปีไหนได้ใส่ตราสมอแล้วมันดูภูมฐานมาก แต่โดยทั่วไปก็ประหยัดโดยไปขอชุดนักเรียนเก่าของลูกชายคนที่รู้จัก ผมจำได้แม่นเลย ชุดนักเรียนเป็นของพี่เอกลูกชายร้านอาหารทัศน์ธรพร มันดูดีมากสำหรับผมตอนนั้น   ตอนที่เรียนอยู่จุฬาฯ จะซื้อของไปฝากแม่ก็บอกว่าไม่ต้องซื้อ เก็บเงินไว้ดีกว่า ผมอยากให้แม่ได้แต่งตัวสวยๆ ใส่เสื้องามๆ แต่ก็นั่นแหล่ะ แม่บอกไม่ต้องซื้อมานะ 
  • แม่ทรหดอดทนมาก ไม่ว่าจะปลูกผักกลางแดด ดำนา เกี่ยวข้าว ทำทุกอย่างแบบผู้ชายได้หมด
  • แม่หาเงินเก่ง ค้าขาย แต่ก่อนขายผักที่ตลาดสด แม่จัดร้านได้สวยมาก ขายดีมาก ผมได้นับเงินทุกวัน ชอบๆ สมัยก่อนแม่ค้าก็จะเก็บเงินใส่ตะกร้าพลาสติกไว้ ตกตอนเย็นก็นั่งนับเงินแบงค์เงินเหรียญ ข้าวของที่บ้าน เงินฝากธนาคาร ก็ได้มาจากการขายผักทั้งนั้น เงินร้อยตอนนั้นถือว่าเยอะมาก ขายผักกำละบาท ขายสิบกำจึงจะได้กำไรห้าบาท แต่แม่ก็ขายมาจนส่งลูกเรียนได้ ตอนนี้ก็ยังขยันปลูกผักขายอยู่ ได้เงินวันละไม่ถึงร้อยก็ยังอยากทำเพราะเขาคงชินกับงานพวกนี้ ผมไม่ห้ามหรอก แต่ทำตามกำลัง เพราะการปลูกผักก็เป็นการออกกำลังกาย ได้บริหารสมอง ป้องกันโรคภัยได้อีกทาง
  • แม่จะไม่ค่อยบอกให้ผมรู้ถึงปัญหา ไม่สบายก็จะไม่บอก ไม่ว่าใครเป็นอะไรก็ตาม แม่จะไม่ค่อยบอกผม กลัวว่าผมจะเรียนได้ไม่ดี กลัวกังวลเป็นห่วง แต่บางครั้งก็ทำให้ผมเสียใจนะ ทั้งปู่ย่าตายาย ผมแทบไม่ได้ตอบแทนบุญคุณอะไรเลย ปู่ย่าป่วยผมก็ไม่ค่อยรู้ข่าว รู้อีกที่ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งๆ ที่ผมก็พอจะรู้จักคนเยอะพอสมควร แต่ก็นั่นแหละ เพราะว่าแม่หวังดี
  • แม่อยู่แบบง่ายๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่บ้านแบบสบายๆ เฟอร์นิเจอร์ไม่ต้องมีมาก กินข้าวก็กินพอให้อยู่รอด ทำกับข้าวที่ก็ทำให้ได้กินหลายๆ มื้อ แต่ก่อนทำกับข้าวตอนเย็น กินข้าวเย็นเสร็จ กับข้าวที่เหลือก็จะใส่ปิ่นโตให้เป็นอาหารของแม่ในวันรุ่งขึ้น เพราะต้องตื่นไปขายผักที่ตลาดสดตั้งแต่ตีสี่ตีห้า เวลาที่จะทำกับข้าวก็คงไม่มีอยู่แล้ว บางครั้งผมต้องทำกับข้าวไปส่ง วันไหนผมขี้เกียจทำให้ไปส่งข้าวแม่สายก็จะโดนดุ เพราะว่าแม่หิวมากๆ สมัยที่ผมอยู่จุฬาฯ เลยแทบไม่ค่อยไปกินอาหารที่แพงๆ ตามห้างหรอก เพราะถ้าคิดถึงแม่แล้วมันจะร้องไห้ เงินไปซื้อหมูสิบบาทสมัยก่อนมันเลี้ยงได้ทั้งครอบครัวนะ แต่อาหารญี่ปุ่นแค่ข้าวปั้นก้อนนึงมันก็หลายตังค์มาก บางครั้งผมก็ติดนิสัยหน้าใหญ่ไฮโซกินของแพง พอทำงานได้เงินก็เลยอยากพาพ่อกับแม่ไปกินอาหารตามห้างบ้าง เพราะชีวิตผมมันก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นพอสมควรแล้ว
  • แม่ไม่ค่อยได้เที่ยว ทำแต่งาน เวียนหัวตลอดเวลานั่งรถ อยากพาไปเที่ยวที่สวยๆ งามๆ ก็ไม่ค่อยได้ไป กลัวแพง กลัวเสียเวลาหาเงิน สักวันจะต้องพามาเที่ยวประเทศอังกฤษให้ได้
  • แม่เชื่อฟังผมนะ เวลาบอกอะไรแม่ หลังๆ แม่ก็ทำตาม ผมห่วงสุขภาพแม่ อยากให้กินวิตามิน อยากให้ออกกำลังกาย แนะนำให้ทำอะไรก็ทำตามแล้วตอนนี้
  • แม่ผมจะเห่อลูกชายคนนี้ ผมก็ชอบควงแม่นะ ควงแม่ไปเดินจ่ายตลาดแถวบ้านให้คนอิจฉา 555 ตอนมา กทม ก็พาไปเดินห้าง พาไปขึ้นรถไฟฟ้า มุดลงใต้ดิน เพราะบ้านนอกมันไม่มีรถแบบนี้ไง
  • และยังมีคุณสมบัติอีกหลายที่ไม่มีใครเหมือนแม่ของผม

ทางไกลกราบแม่

กราบเท้าแม่มา ผ่านเสียงโทรจากทางไกล

ด้วยรักจากใจลูกชายที่ลาห่างหายจากชายคาเรือน

ป่านนี้ลมหนาวคงพัดลอดเข้าฝาเฮือน

อากาศเริ่มเย็นมาเยือน ใจห่วงแม่เตือนให้โทรถึงท่าน

ลูกเด้ออีแม่บ้านเฮาเริ่มหนาวแล้วไป่

อย่าลืมห่มผ้าหลายๆ เป็นหวัดเป็นไอมันไกลโรงบาล

ลูกสบายดี ยังไปเฮ็ดงานทุกวัน เจ้านายชมว่าขยัน

เดี๋ยวคงเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้า

 

ลูกมีมื่อนี้หย่อนแม่ลูบหัวสั่งสอน

คำเว้าที่เคยให้พรก่อนหลับตานอนกราบหมอนทวนค่า

ลูกอยู่เมืองไกลได้แต่ฝากใจที่ห่วงใยมา

เพื่อแม่ที่คอยอยู่นาลูกจะตั้งตาทำงานสู้ทน    

 

กราบเท้าแม่มา ด้วยใจลูกนี้อีกครั้ง

เห็นเคยจ่มว่าปวดหลัง อย่าไง่อย่าถาง ให้ลูกกังวล

ขาดเหลืออันใดให้น้องชายโทรหาสักหน

เฒ่าแล้วเซาขุดเซาก่น

ลูกอยู่ทั้งคนขอเลี้ยงแม่เอง

"ที่ฉันมีเลือดนักสู้ เพราะฉันเคยอยู่ในท้องชาวนา & กล้าบอกใครๆ ไม่เก้อเขิน มาจากทางเดินเด็กท้องทุ่งนา"

ผมรักแม่ครับ

หมวดหมู่
สาระแห่งชีวิต

ถ้อยคำสั้นๆ

‘concentrate, or lose precious time’

วันนี้ไปที่ King’s College London มา บังเอิญไปเจอกระดาษแปะที่โต๊ะทำงานของใครสักคน

อ่านแล้วได้เตือนสติตัวเองว่าต้องเทใจให้กับสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งทำให้สำเร็จ

มิฉะนั้นตัวเราอาจจะเสียเวลาอันมีค่ายิ่งโดยไม่มีข้อแก้ตัว

ขยัน คือ คำตอบ

หมวดหมู่
ชีวิตทั่วไป

เมื่อไหร่ละครเรื่องนี้จะปิดกล้อง

ตอนนี้กำลังแสดงละครเรื่อง MSc Integrative Neuroscience บทบาทหลักที่ได้รับคือ ต้องเป็นพระเอกเท่านั้นอ่า ตอนนี้ละครก็ใกล้ปิดกล้องละ อีกไม่กี่วันก็จะได้เป็นอิสระ พูดถึงชีวิตคนเราในแต่ละช่วงก็คงไม่ต่างอะไรกับละครเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เรียนปริญญาโทก็ถือว่ากำลังสวมบทบาทนักศึกษาปริญญาโท อยากจะตีบทให้แตกกระจุย เก็บภาพละครไว้ในความทรงจำนานๆ ตอนนี้ก็เลยต้องแสดงให้เต็มที่ เพราะถ้าปิดกล้องแล้วจะมาถ่ายใหม่ไม่ได้หรอกนะ เมื่อถึงเวลาเปิดดูให้ได้คิดคำนึงถึงเวลาที่ได้มาเรียนที่นี่คงไม่มีโอกาสแก้ตัว ดังนั้นตอนนี้ใกล้จะปิดกล้องเต็มที่ละ จะได้เป็นพระเอกไปตลอดหรือว่าเป็นผู้ร้ายตอนจบก็คงต้องขึ้นกับเราแล้วละว่าใส่มันเต็มที่หรือยัง จะได้ชื่นใจกับผลงานและประทับใจกับละครเรื่องนี้ตลอดไป อย่าเป็นเหมือนที่ผ่านมาที่รู้สึกเฉยๆ ทำไมมันง่ายจัง ก็งั้นๆ จงทำทุกย่างให้มีคุณค่า ตื่นเต้นที่จะเรียนรู้ ที่สำคัญ รู้ ตื่น เบิกบาน OK?
 
วันนี้เป็นอีกวันที่วางแผนคลาดเคลื่อนทำให้หิวข้าวแบบทรมาน ทานข้าวเที่ยงตอนสี่ทุ่ม นายแน่มาก แต่ที่ทนทำแล็บอยู่ได้นานๆ ก็คงเป็นเพราะสมัยก่อน
  • ตอนเป็นเด็กมัธยมไปขายของข้างทางนี่อดข้าวประจำ กลัวไม่ได้เงินต้องอยู่ขายของ แต่แม่เหนื่อยกว่าเพราะถึงแม้จะมีห่อข้าวอยู่กับตัวก็ต้องจัดร้านให้เสร็จก่อนถึงจะได้ปลีกตัวไปทานข้าว ดังนั้นเวลาหิวข้าวก็เลยบอกตัวเองตลอดว่าแม่ยังอดได้เลยเราก็ต้องอดได้ดิ
  • สมัยเป็นเด็กนักเรียนเภสัช เรียนหนักมาก หนักแบบบางทีไร้เหตุผล อดทานข้าวเที่ยงประจำยิ่งวันไหนมีแล็ปเช้าบ่าย อย่าให้นึกเลยไม่รู้ผ่านมาได้ไง แซนวิช 7-11 ชิ้นละ 10 บาท กับกาแฟแก้วละ 13 บาท แค่นี้ก็ดีใจสุดๆ ที่ยังมีเวลาได้เอาเสบียงลงท้องได้ รวมทั้งตอนทำปริญญานิพนธ์นี่อดทดมากๆ หิวก็หิว ทำแล็ปทั้งวัน ล้างขวดแก้วทั้งคืน นอนที่ภาควิชาชีวเคมีคนเดียวยังเคยเลย กลัวผีอาจารย์มากแต่คิดอย่างเดียวว่าคนดีผีคุ้ม อาจารย์ต้องมาดูแล Open-mouthed
  • เป็นเภสัชร้านบูสท์หาเงินตัวเป็นเกลียวก่อนมาอังกฤษ ค่าจ้างเภสัชชั่วโมลละร้อยบาทขาดตัว ทำมากได้มาก พักมากก็ได้เงินน้อย ด้วยความที่ต้องการทำสถิติชั่วโมงบินกับทั้งต้องการเงิน วันนึงก็ทำสองกะ เจ็ดโมงเช้าทำสาขาที่หนึ่งจนถึงบ่ายสาม พักแปปๆ เข้างานบ่ายสี่ที่อีกสาขาจนถึงเที่ยงคืน ช่วงที่ยืนอยู่ก็ หิวหนอ หิวหนอ จนรอดตายมาได้ แต่คุณภาพชีวิตตอนนั้นแย่มาก  

เวลาที่นึกย้อนไปคิดคำนึงถึงชีวิตที่ผ่านมาทำให้มีพลังใจเพิ่มขึ้นมาก เพราะลำบากแค่นี้ จิ๊บๆ หนักกว่านั้นยังเจอมาแล้ว เวลาที่เหลือสองวันเสาร์กับอาทิตย์ Introduction ต้องเสร็จนะ อาจารย์จะได้ตรวจ

ขยัน คือ คำตอบ

ใช้มาตลอดตั้งแต่ ม. 3 ตอนนี้มันก็ควรใช้ได้เหมือนเดิม