ความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์นั้นยากที่ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจ
ก็แค่เลี้ยงเซลล์ แล้วเอาสารอะไรไม่รู้ไปเติม เอาไปใส่ในหลอดทดลอง ปั่นๆ กดๆ แล้วก็ได้กราฟประหลาดออกมาให้ได้เชยชม
ปากท้องก็ไม่ได้อิ่ม สวยงามก็ไม่ใช่ คำสรรเสริญก็มีไม่บ่อย แถมเงินตอบแทนก็ต่ำยิ่งนัก
แล้วจะทำไปทำไมละครับวิจัย
ผลผลิตจากงานวิจัยคงไม่ได้ใช้ประโยชน์ในเร็ววันเหมือนการทำ OTOP
งานวิจัยมันเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เพื่อคนในหมู่บ้าน แต่เพื่อคนทั้งโลก
มองไม่เห็นเด่นชัดเหมือนเข่งปลาทูนะ เปเปอร์เป็นร้อยฉบับก็ยังไม่เห็นประโยชน์อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
วันนี้ทำการทดลอง FACS โดยเอา cell suspension ที่ประกอบไปด้วย Phagocytic cells (BV2 cells) ที่เป็นเซลล์ไมโครเกลียในสมอง และ apoptotic cells (PC12) ที่เป็นเซลล์ประสาท ในภาวะปกติไม่พบโปรตีน annexin A1 ใน apoptotic cells แต่พบได้ใน cytosol ของ Phagocytic cells ที่นี้ในช่วงที่เกิด phagocytosis คือเซลล์ Phagocytic cells จะโอบล้อมจับกิน apoptotic cells จากการทดลองวันนี้พบว่าโปรตีน annexin A1 จะเคลื่อนตัวจาก cytosol ของ BV2 cells มายังเยื่อหุ้มเซลล์ด้านนอกเพื่อเกิดอันตรกิริยากับ PC12 cells ยังไม่แน่ใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นไหนเพราะว่า phagocytosis มันประกอบด้วยหลายขั้นตอน เช่น เซลล์ Phagocytic cells สามารถบ่งบอกว่าเซลล์นี้กำลังจะตายข้าต้องไปกำจัดมันเพื่อไม่ให้มันปล่อยสารพิษออกไปทำลายเซลล์ข้างเคียงโดยจำโมเลกุลที่เรียกว่า eat me signals ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า recognition, จากนั้นก็ต้องจับโมเลกุลจำเพาะเพื่อเตรียมพร้อมจะเขมือบเซลล์ที่กำลังจะตาย ที่เรียกว่า tethering, ต่อจากนั้นก็แสดงแสนยานุภาพโอบล้อมจับกินให้สิ้นซาก ในกระบวนการที่เรียกว่า engulfing และเกิดเป็น phagosome ในเซลล์พร้อมทั้งย่อยสลาย (degradation) เป็นต้น
วันนี้อาจารย์ทั้งสองตื่นเต้นมาก นี่แหละที่เขารอมานาน บอกไม่ถูกนะอารมณ์นั้น ฝรั่งนี่เขาทุ่มเทสนใจศึกษาจริงๆ เราก็ดีใจที่เหนื่อยมาตลอดแล้วผลการทดลองมันออกมาดี ตื่นเต้นแล้วยังได้เกิดความรู้สึกแบบนักวิทยาศาสตร์ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยได้รู้สึกมากนัก ตอนนี้ก็เลยต้องอ่านเปเปอร์ สร้างโมเดล เพื่อมาอธิบายกลไกที่มันเกิดขึ้นกับเซลล์ในระหว่างที่มันกำลังเกิดฟาโกไซโตซิส (เซลล์ภูมิคุ้มกันกินเซลล์ประสาทที่กำลังจะตาย) เพราะมันเป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่มีใครค้นพบ ฟังดูอาจจะโอเวอร์นะ แต่มันตื่นเต้นจริงๆ เพราะยังไม่เคยมีเปเปอร์ไหนรายงานกลไกที่เกิดขึ้น
โปรดติดตามงานวิจัยตอนต่อไป
แปลกแต่จริง ช่วงนี้มีแต่ข่าวดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิต
One reply on “รอยยิ้มของนักวิทยาศาสตร์”
ตื่นเต้นกะยินดีด้วยครับ การเป็นนักวิทยาศาสตร์นี่ปิดทองหลังพระจริงๆ ไม่ง่ายเลยที่จะเป็น แต่เป็นสิ่งทีมีคุณค่า